611-615

ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่นิยายระบบ ก่อนที่จะรับฟังช่วยกดไลค์และกด subscribe เป็นกำลังใจด้วยนะครับ
ระบบเซียนอมตะ
บทที่ 611ถึง615
หานเจวี๋ยสำแดงโทสะเทพอนธการอีกครั้ง ป้องกันไม่ให้จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อันธการหนีรอดไปได้

หลังจากทำซ้ำอยู่หลายครั้ง จนเกาะลอยฟ้าสลายเป็นเถ้าธุลี ห้วงมิติมืดมิดเต็มไปด้วยพลังเวทมหาศาลคุกรุ่นของหานเจวี๋ย

เหล่าอริยะตะลึงตาค้าง แม้แต่จอมอริยะเสวียนตูก็เบิกตากว้างเช่นกัน

จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อันธการตายแล้วหรือ

เป็นไปได้อย่างไร!

ซ้ำยังถูกสังหารด้วยพลังอันแข็งแกร่ง ไม่มีแรงต่อต้านอย่างสมบูรณ์อีกด้วย!

หานเจวี๋ยใช้แบบจำลองการทดสอบตรวจดูบริเวณโดยรอบ จนแน่ใจแล้วว่าจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อันธการไม่อยู่แล้วจริง จากนั้นเขาก็เรียกจอค่าความสัมพันธ์ออกมา ไม่พบรูปประจำตัวของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อันธการแล้ว เขาพรูลมหายใจออกมา

เขาหันไปมองเหล่าอริยะ เอ่ยว่า “ควรช่วยเหลือสิ่งมีชีวิตมรรคาสวรรค์ได้แล้ว!”

เหล่าอริยะได้สติกลับมา พากันสำแดงพลังวิเศษ จับพิกัดของคุกนรกอันธการ

เมื่อจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อันธการดับสูญ ภาพเสมือนที่ฉายในคุกนรกอันธการก็เลือนหายไปด้วย เหล่าเชลยตกตะลึง พวกเขามองเห็นไม่ชัด ไม่ทราบเลยว่าเกิดอะไรขึ้น

หานทั่วและอี๋เทียนสบตากันแวบหนึ่ง ดวงตาเต็มไปด้วยความฉงน

ศึกแห่งอริยะ สิ่งมีชีวิตสามัญล้วนมองเห็นไม่ชัดเจน

และในเวลานี้เอง ลำแสงสีดำสายแล้วสายเล่าพุ่งลงมาจากฟ้า ร่วงลงบนร่างของเชลยทุกคนในคุกนรกอันธการ

หานทั่วถูกลำแสงสีดำเข้าห่อหุ้ม ขยับเขยื้อนไม่ได้

พลังแห่งความมืดในร่างเขาเริ่มพลุ่งพล่าน เข้าสู่ชีพจรเขา แทรกซึมสู่วิญญาณของเขา

“เกิดอะไรขึ้น”

หานทั่วตื่นตระหนก หวาดผวาอย่างยิ่ง

เมื่อเผชิญหน้ากับพลังนี้ เขารู้สึกว่าร่างกายเขาไม่อยู่ในการควบคุมของตนอีกต่อไป

อี๋เทียนก็ตื่นกลัวเช่นเดียวกัน เขารับรู้ได้ชัดเจนว่าตนกำลังจะเปลี่ยนสภาพไป แต่ไม่ทราบว่าจะเป็นไปในทางดีหรือร้าย

ตูม…

คุกนรกอันธการเริ่มพังทลาย พื้นคุกแตกแยก เชลยทั้งหมดร่วงหล่นลงไป ตกอยู่ท่ามกลางความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุด

อีกด้านหนึ่ง

เทพสูงสุดหนานจี๋จับตัวจักรพรรดิสวรรค์ผู้ชั่วร้ายไว้ในทันใด เอ่ยด้วยรอยยิ้มดูแคลน “ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะมาพึ่งพิงจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อันธการ หาที่ตาย!”

จักรพรรดิสวรรค์ผู้ชั่วร้ายโกรธเกรี้ยวสุดขีด มองเทพสูงสุดหนานจี๋ด้วยความโกรธแค้น ทว่าไม่ได้โต้เถียง

“ไว้ชีวิตเขา”

เสียงหนึ่งแว่วขึ้น จักรพรรดิสวรรค์ผู้ชั่วร้ายได้ยินก็เบิกตากว้าง

นี่คือเสียงของหานเจวี๋ย!

เขาหันไปมอง เห็นว่าอริยะลึกลับที่มีแสงเทพส่องพร่างพราวอยู่ทั่วร่างคนนั้นกำลังจ้องมองพวกเขาอยู่

ดวงตาสองคู่สบประสานกัน จักรพรรดิสวรรค์ผู้ชั่วร้ายมองไม่เห็นสีหน้าของหานเจวี๋ย ในใจรู้สึกซับซ้อนอย่างยิ่ง

ต้นกล้าที่เขาเคยปกป้องดูแลเติบใหญ่กลายเป็นพฤกษาสูงจรดฟ้า ซ้ำยังยืนอยู่ฝั่งอริยะที่เป็นศัตรูของเขา จิตใจเขาจึงว้าวุ่นยิ่งนัก

เทพสูงสุดหนานจี๋ขมวดคิ้ว ขณะที่กำลังจะอ้าปากพูด หานเจวี๋ยเอ่ยขึ้นมาว่า “ไว้หน้าข้าสักครั้ง”

เทพสูงสุดหนานจี๋ได้ฟังสีหน้าก็แปรเปลี่ยนในทันที เผยรอยยิ้มออกมาในชั่วพริบตา

“ได้ ในเมื่อสหายเต๋าหานออกปากมา ข้าจะไม่ไว้หน้าได้อย่างไร”

เขาปล่อยมือออก หันหลังเดินออกไป ไปค้นหาคุกนรกอันธการร่วมกับเหล่าอริยะที่เหลือ

จักรพรรดิสวรรค์มองหานเจวี๋ยอยู่ไกลๆ เงียบงันไม่เอ่ยวาจา

หานเจวี๋ยเอ่ยขึ้นมา “ข้าปกป้องท่านได้ ท่านยินดีจะเข้าร่วมหรือไม่”

จักรพรรดิสวรรค์ผู้ชั่วร้ายส่ายหน้า “ไม่จำเป็น เรากลายเป็นศัตรูคู่อาฆาตกับมรรคาสวรรค์แล้ว วันหน้า เมื่ออันธการเปิดศึกกับมรรคาสวรรค์ เราก็จะไว้ชีวิตเจ้าเช่นกัน”

พอพูดจบ จักรพรรดิสวรรค์ผู้ชั่วร้ายก็หันหลังจากไป

หานเจวี๋ยขมวดคิ้ว

คำพูดนี้ของจักรพรรดิสวรรค์ผู้ชั่วร้ายกระตุ้นจิตสังหารของเขาขึ้นมาตามสัญชาตญาณ

เขายังต้องพึ่งพามรรคาสวรรค์เป็นปราการขวางศัตรูผู้แข็งแกร่งอยู่ ย่อมไม่ต้องการให้จักรพรรดิสวรรค์ผู้ชั่วร้ายเป็นศัตรูกับมรรคาสวรรค์

จิตสังหารนี้ถูกเขายับยั้งไว้ เขาลงมือกับจักรพรรดิสวรรค์ผู้ชั่วร้ายไม่ได้

เขาก็หันหลังให้เช่นกัน

คนสองคนที่ในวันวานมีสายสัมพันธ์ดั่งพ่อลูกกลับหันหลังเดินคนละทาง

ในอดีตเมื่อนานมาแล้ว จักรพรรดิสวรรค์ก็เคยปกป้องหานเจวี๋ยอย่างเต็มกำลังเช่นกัน ทำตามคำขอร้องทุกอย่างของหานเจวี๋ย

หานเจวี๋ยก็ไม่ได้เอาเปรียบจักรพรรดิสวรรค์ หากมิใช่เพราะเขาเข้าไปแทรกแซงชะตากรรมหลายต่อหลายครั้ง จักรพรรดิสวรรค์คงสิ้นชีพในมหาเคราะห์ครั้งก่อนไปนานแล้ว

หานเจวี๋ยหันหลังกลับ ในใจนั้นตระหนักดี

อริยะแล้วอย่างไร

นี่ก็คือชะตากรรม!

หานเจวี๋ยสามารถจับจักรพรรดิสวรรค์ผู้ชั่วร้ายเข้าคุกสวรรค์อนธการได้ แต่ทำเช่นนั้นแล้วจะมีประโยชน์อะไร

อย่างมากจักรพรรดิสวรรค์ผู้ชั่วร้ายก็สยบเชื่อฟังเขา ทว่าไม่อาจขจัดความเคียดแค้นชิงชังที่เขามีต่อมรรคาสวรรค์ได้

หานเจวี๋ยทอดถอนใจอยู่ภายในใจ ไม่คิดมากอีก เขาเข้าฝันจักรพรรดิเซียนวัฏจักรมาเกิดทันที ให้จักรพรรดิเซียนวัฏจักรสำแดงวิชาอัญเชิญเทพเรียกหาเขาไว้ตลอด เพื่อให้เขาพร้อมหลบหนีได้ตลอดเวลา

การเข้าฝันดำเนินไปรวดเร็วยิ่ง เมื่อหานเจวี๋ยสั่งการเสร็จก็สิ้นสุดแดนความฝันทันที จักรพรรดิเซียนวัฏจักรยังไม่ทันได้ซักถามด้วยซ้ำ

ในเวลาต่อมา จักรพรรดิเซียนวัฏจักรปฏิบัติตามคำสั่งของหานเจวี๋ย ร่ายวิชาอัญเชิญเทพไว้ตลอดเวลา

คลื่นวนสีดำปรากฏขึ้นด้านหลังหานเจวี๋ย ติดตามเขาไปตลอด

หลังจากเหล่าอริยะได้เห็นก็นึกแปลกใจ

พวกเขาไม่กล้าถามมาก ถึงขั้นที่ไม่กล้าใช้จิตศักดิ์สิทธิ์ตรวจสอบด้วยซ้ำ เกรงว่าจะล่วงเกินหานเจวี๋ยเข้า

ภาพที่หานเจวี๋ยสังหารจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อันธการอย่างทรงพลังยังคงติดตาอยู่ ประทับในความทรงจำ ในใจของพวกเขาก็หวาดหวั่นยิ่งนักเช่นกัน

หานเจวี๋ยสามารถสังหารจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อันธการได้ เช่นนั้นก็ย่อมสังหารพวกเขาได้อย่างไม่เหนือบ่ากว่าแรงเลย

พวกเขารวมพลังกันก็ยังไม่แข็งแกร่งเท่าจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อันธการด้วยซ้ำ

….

ในส่วนลึกของความมืดมิด

จิตรับรู้ของหานทั่วค่อยๆ แจ่มชัดขึ้น เขาสัมผัสได้ว่าตนยังคงร่วงหล่นลงไปอย่างต่อเนื่อง ราวกับตกสู่หุบเหวลึก

‘เกิดอะไรขึ้น…ข้ากำลังจะตายหรือ’

หานเจวี๋ยคิดอย่างสับสนมึนงง

“ข้าสามารถช่วยเจ้าได้ ขอเพียงเจ้ายอมให้ข้าเข้าครอบครองร่างกายของเจ้า!”

เสียงของคนชุดขาวลึกลับก่อนหน้านี้แว่วขึ้นมาอีกครั้ง

“หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เจ้าจะถูกพลังแห่งความมืดของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อันธการกัดกิน เจ้าจะกลายเป็นสิ่งอัปมงคลในแดนต้องห้ามอันธการ!”

“ตอนนี้เจ้าเหลือตัวเลือกเพียงอย่างเดียวเท่านั้น!”

หานทั่วได้ยินเสียงรบเร้าของอีกฝ่าย ทว่าไม่คิดจะตอบกลับ

เขานึกย้อนถึงชีวิตในชาตินี้ของตน

บางครั้งสดใส บางครั้งหม่นหมอง บางครั้งทุกข์ทรมาน และเคยโลดโผนเต็มที่

บางทีเขาคงสมควรจะปิดฉากลงตรงนี้แล้ว

ความเสียใจเพียงอย่างเดียวคือเขายังไม่ได้คืนชีพให้ท่านพ่อท่านแม่และภรรยาของตน

ผ่านพ้นมาหนึ่งแสนปี หากหานทั่วต้องการตามหาวิญญาณของพวกเขาย่อมกลายเป็นเรื่องเพ้อฝัน

‘บางทีจุดจบต่างหากที่ทำให้หลุดพ้นได้’

หานทั่วคิดอย่างขมขื่น

ในเวลานี้เอง ลำแสงสายหนึ่งส่องทะลุความมืดมิด ส่องกระทบลงบนร่างหานทั่ว

ประกายแสงสะท้อนเข้าสู่ดวงตาหานทั่ว จุดประกายความหวังในใจเขา

เขามองเห็นมือข้างหนึ่งกำลังยื่นเข้ามาหาเขา

‘นั่นคือ…’

ม่านตาของหานทั่วค่อยๆ เบิกขยาย แสดงสีหน้าราวกับไม่อยากจะเชื่อ

ที่โผล่ตามมือข้างนั้นมาคือเงาร่างหนึ่ง เป็นเงาร่างอันเลือนรางที่อยู่ในความทรงจำของเขา

ท่านพ่อ!

ใบหน้าที่เคยพร่าเลือนอยู่ในส่วนลึกของความทรงจำพลันแจ่มชัดขึ้นมา

หานทั่วตื้นตันสุดขีด อยากเอ่ยวาจา ทว่าไม่สามารถขยับปากได้

หานเจวี๋ยมีสีหน้าเรียบเฉย ดูดตัวเขาเข้าสู่แขนเสื้อ

คุกนรกอันธการพังทลาย บังเกิดแรงสั่นสะเทือนของห้วงมิติอย่างรุนแรง เหล่าอริยะสัมผัสถึงแรงสั่นสะเทือนของห้วงมิติถึงได้หาคุกนรกอันธการพบ

หลังจากช่วยเหลือสิ่งมีชีวิตมรรคาสวรรค์ออกมาได้ เหล่าอริยะต่างก็มารวมตัวกันโนเวลกูดอทคอม

หานเจวี๋ยกลับกระโจนเข้าสู่คลื่นวนสีดำของวิชาอัญเชิญเทพ เลือนหายไป

“สหายเต๋าหานล่ะ” เทพสูงสุดหนานจี๋ถามด้วยความแปลกใจ

ฉิวซีไหลตอบ “สหายเต๋าหานล่วงหน้าไปก่อนแล้ว พวกเราก็ไปกันเถอะ เลี่ยงไม่ให้ตัวตนที่อยู่เบื้องหลังจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อันธการมาหาเรื่องพวกเรา!”

“ได้!”

เหล่าอริยะต่างหลบหนีไปทันที

ก่อนจากไปหานเจวี๋ยได้ถ่ายทอดเสียงหาฉิวซีไหลและเทพสูงสุดอู๋ฝ่า ให้พวกเขารีบแยกย้ายหลบหนี

เหล่าอริยะเร่งเดินทางข้ามห้วงมิติ ความวิตกกังวลในใจของพวกเขาไม่น้อยไปกว่าหานเจวี๋ยเลย กังวลเช่นกันว่าจะถูกผู้ทรงพลังลึกลับสังหาร

ระหว่างที่เดินทางข้ามมิติ ฝูซีเทียนเอ่ยด้วยความสะท้อนใจว่า “ไม่คิดเลยว่าสหายเต๋าหานจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ เกรงว่าคงพิสูจน์เสรีไปแล้ว”

ดวงตาของเหล่าอริยะฉายแววซับซ้อน

พวกเขาเฝ้ามองหานเจวี๋ยแข็งแกร่งขึ้นไปทีละขั้นๆ นำหน้าตนไปทีละน้อย ค่อยๆ ทิ้งห่างตนไป

ความสะท้อนใจนี้ยากจะบรรยายออกมาได้

จอมอริยะเสวียนตูเอ่ยว่า “ต้องเป็นอริยะเสรีแล้วอย่างแน่นอน เห็นทีว่าสหายเต๋าหานจะมีภูมิหลังอันยิ่งใหญ่ พวกเราไม่อาจมองทะลุได้”

เขาไม่เชื่อว่าหานเจวี๋ยจะฝึกบำเพ็ญจนผงาดขึ้นมาด้วยตัวคนเดียว

เดิมทีคนผู้นี้ต้องเป็นผู้ทรงพลังอยู่แล้วเป็นแน่!
 “ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม กำจัดจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อันธการไปแล้ว นับว่ามรรคาสวรรค์พ้นภัยไปอีกครั้ง” จอมอริยะเสวียนตูเบี่ยงหัวข้อสนทนาไป

เขาร่วมมือกับหานเจวี๋ยอยู่ ไม่ต้องการให้เหล่าอริยะรู้สึกริษยาและมองหานเจวี๋ยเป็นศัตรูเพราะเหตุนี้

นับแต่โบราณกาลมา มีอยู่หลายครั้งที่อริยะบางคนในมรรคาสวรรค์ที่แข็งแกร่งเกินไปจะถูกเหล่าอริยะที่เหลือรุมโจมตี

แน่นอน จอมอริยะเสวียนตูทราบดีว่าเหล่าอริยะมิใช่คู่ต่อสู้ของหานเจวี๋ย เพียงกลัวเหล่าอริยะจะไปรนหาที่ตาย

“ใช่แล้ว ขอเพียงกำจัดจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อันธการได้ อะไรก็ดีทั้งนั้น”

“เหตุใดข้าถึงรู้สึกว่าพวกเราไม่จำเป็นเลยเล่า”

“จะไม่จำเป็นได้อย่างไร หากมิใช่เพราะพวกเราขอร้องให้ผู้อาวุโสช่วยลงมือ แถมยังออกโรงด้วยตัวเอง สหายเต๋าหานไหนเลยจะกล้ามา คงนึกว่าถูกวางแผนเล่นงาน”

“จุ๊ๆ สหายเต๋าหานแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ แต่กลับขี้ระแวงขนาดนี้ ช่างประหลาดนัก”

“ขี้ระแวงก็ดีแล้ว หานเจวี๋ยไม่เคยเป็นฝ่ายหาเรื่องก่อน ทุกครั้งล้วนเป็นเพราะถูกบีบคั้นให้ลงมือ ในจุดนี้คู่ควรให้พวกเราศึกษาไว้ หากพวกเราสมัครสมานกลมเกลียว ขยายมรรคาสวรรค์ให้ยิ่งใหญ่ ตบะต้องเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดแน่ หากอริยะไม่ต่อสู้กันเอง คงจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า”

เหล่าอริยะเร่งเดินทางพลางพูดคุยกันไปด้วย

….

หานเจวี๋ยปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าจักรพรรดิเซียนวัฏจักร ให้จักรพรรดิเซียนวัฏจักรหยุดใช้วิชาอัญเชิญเทพทันที ทำให้คลื่นวนสีดำปิดตัวลง

จักรพรรดิเซียนวัฏจักรที่ปฏิบัติตามคำสั่งถามเขาด้วยความฉงน “เกิดอะไรขึ้นกันแน่ขอรับ เหตุใดถึงได้รีบร้อนเช่นนี้”

หานเจวี๋ยกล่าวสั้นๆ “เมื่อครู่กำลังต่อสู้อยู่”

“กับผู้ใด”

“ตัวตนที่อยู่เหนือกว่าอริยะมรรคาสวรรค์”

จักรพรรดิเซียนวัฏจักรตะลึงงัน

จู่ๆ ก็นึกถึงตอนที่ใช้วิชาอัญเชิญเทพครั้งก่อน กลิ่นอายอันน่าหวาดผวาสุดขีดสายนั้น

หานเจวี๋ยเป็นตัวตนระดับใดกันแน่

หลังจากหานเจวี๋ยให้จักรพรรดิเซียนวัฏจักรหยุดร่ายวิชาอัญเชิญเทพแล้ว ก็ไปที่อาณาเขตเต๋าแห่งที่สอง

[ความเกลียดชังที่เทพบุพกาลมีต่อท่านเพิ่มขึ้น ระดับความเกลียดชังในขณะนี้คือ 6 ดาว]

ยอดเยี่ยม!

หนังสือแห่งความโชคร้ายจะได้ออกโรงแล้ว!

หานเจวี๋ยสบถด่า ไม่น่าเชื่อว่าดวงจิตมหามรรคที่คอยดูแลความเรียบร้อยในเขตฟ้าบุพกาลจะเป็นที่พึ่งของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อันธการ!

เขาไม่ได้คิดมากต่อไปอีก ถึงอย่างไรเทพบุพกาลก็เป็นดวงจิตมหามรรค บุกเข้ามาในอาณาเขตเต๋าของหานเจวี๋ยไม่ได้

ภายในอารามเต๋า

หานเจวี๋ยปล่อยหานทั่วออกมา

หานทั่วนอนอยู่บนพื้น สลบไสลไม่ได้สติ หานเจวี๋ยพลันโบกมือ ดึงวิญญาณดวงหนึ่งออกมา

เป็นคนชุดขาวที่หานทั่วพบในแดนเทพหวนปัจฉิมก่อนหน้านี้

นี่เป็นพียงเสี้ยววิญญาณส่วนหนึ่ง

คนชุดขาวมีสีหน้าฉงน ถามว่า “ท่านเป็นผู้ใด สามารถทำลายล้างจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อันธการได้ ท่านไม่รู้หรือว่าผู้ใดหนุนหลังจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อันธการอยู่”

หานเจวี๋ยสังหารเขาทันที ถึงอย่างไรก็มิใช่ร่างจริง ทิ้งไว้จะเกิดเรื่องได้ง่ายๆ

[ความเกลียดชังที่โพธิสัตว์จุนทีมีต่อท่านเพิ่มขึ้น ระดับความเกลียดชังในขณะนี้คือ 5 ดาว]

[เหล่าจื่อเกิดความเกลียดชังในตัวท่าน ระดับความเกลียดชังในขณะนี้คือ 1 ดาว]

[เทพสูงสุดหยวนสื่อเกิดความเกลียดชังในตัวท่าน ระดับความเกลียดชังในขณะนี้คือ 2 ดาว]

[อริยะเจ็ดวิถีเกิดความเกลียดชังในตัวท่าน ระดับความเกลียดชังในขณะนี้คือ 2 ดาว]

[อวี้ผูถีเกิดความเกลียดชังในตัวท่าน ระดับความเกลียดชังในขณะนี้คือ 3 ดาว]

[เจ้าแม่หนี่ว์วาเกิดความเกลียดชังในตัวท่าน ระดับความเกลียดชังในขณะนี้คือ 2 ดาว]

[อินกั่วเทียนเกิดความเกลียดชังในตัวท่าน ระดับความเกลียดชังในขณะนี้คือ 4 ดาว]

….

แจ้งเตือนความเกลียดชังเริ่มเด้งขึ้นมาตรงหน้าหานเจวี๋ยอย่างบ้าคลั่ง เขามองด้วยความตะลึง

มีผู้ทรงพลังทั้งหมดยี่สิบหกคนที่เกิดความเกลียดชังในตัวเขา ในบรรดานั้นมีรายชื่อที่ปรากฏอยู่ในเทวตำนานจีนรวมอยู่ไม่น้อยเลย

‘เกิดอะไรขึ้น’

หานเจวี๋ยตกตะลึง

เขาเรียกดูรูปประจำตัวของผู้ทรงพลังเหล่านี้ พบว่าไม่มีตัวตนระดับผู้สร้างมรรคาอยู่ อดที่จะโล่งใจไม่ได้

หานเจวี๋ยใช้ระบบวิวัฒนาการทำนายดูเพื่อป้องกันไว้ก่อน

‘บรรดาผู้ทรงพลังที่เกิดความเกลียดชังในตัวข้าเมื่อครู่นี้สามารถทำลายค่ายกลอาณาเขตเต๋าของข้าได้หรือไม่’

[จำเป็นต้องหักอายุขัยสองแสนล้านปี จะดำเนินการต่อหรือไม่]

ดำเนินการต่อ!

[ไม่ได้]

หานเจวี๋ยโล่งใจอย่างสมบูรณ์

หลังจากสงบใจลง เขาก็ใช้ความคิด

หรือว่าคนที่หนุนหลังจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อันธการอยู่ก็คือผู้ทรงพลังเหล่านี้โนlวลกูดอทคoม

ช้าก่อน!

เช่นนั้นเหตุใดผู้ทรงพลังเหล่านี้ถึงช่วยอริยะอย่างพวกเขาตรึงกำลังตัวตนที่อยู่เบื้องหลังจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อันธการเล่า

เขียนบทเองแสดงเองอย่างนั้นหรือ

หานเจวี๋ยคิดๆ ไปก็รู้สึกหวาดผวาอย่างยิ่ง

หรือว่าเดิมทีผู้ทรงพลังเหล่านี้คิดจะยืมมือจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อันธการทำลายล้างอริยะ จากนั้นก็ทำลายมรรคาสวรรค์ต่อใช่หรือไม่

เหตุใดถึงเป็นเช่นนี้ไปได้

หานเจวี๋ยไม่เข้าใจ

[ตี้จวินต้องการเข้าฝันท่าน จะยอมรับหรือไม่]

หานเจวี๋ยมองแจ้งเตือนนี้ ไม่ได้ตอบรับในทันที แต่สอบถามว่า ‘หากข้ายอมรับการเข้าฝันของเขา จะมีอันตรายหรือไม่’

[จำเป็นต้องหักอายุขัยหนึ่งแสนห้าหมื่นล้านปี จะดำเนินการต่อหรือไม่]

ดำเนินการต่อ!

[ไม่มี]

หานเจวี๋ยถึงได้สบายใจ ยอมรับการขอเข้าฝันของตี้จวิน

ในแดนความฝัน ทั้งสองยืนอยู่บนยอดเมฆา

ตี้จวินจ้องมองหานเจวี๋ย ถามเสียงขรึม “เจ้าพิสูจน์เสรีตั้งแต่เมื่อไร”

เพื่อป้องกันไม่ให้เหล่าผู้ทรงพลังนึกเชื่อมโยงไปถึงมหามรรคต้นกำเนิด หานเจวี๋ยจึงอดไม่ได้ที่จะกล่าวไปว่า “ขอกล่าวตามตรงเลย เดิมทีข้าก็เป็นอริยะเสรีอยู่แล้ว ตัวตนหานเจวี๋ยในชาตินี้เพียงจุติลงมาหาประสบการณ์ในแดนเซียนเท่านั้น”

ตี้จวินขมวดคิ้วแน่น

หากสิ่งที่หานเจวี๋ยพูดมาเป็นความจริง การที่ก่อนหน้านี้พวกเขามองหานเจวี๋ยไม่ออก ก็แปลว่าความสามารถดั้งเดิมของหานเจวี๋ยอาจจะแข็งแกร่งทัดเทียมกับพวกเขามิใช่หรือ

หานเจวี๋ยแสร้งทำเป็นสุขุม ตี้จวินเป็นสหายของเขา ตอนนี้ยังไม่เกิดความเกลียดชังด้วย ดังนั้นหานเจวี๋ยจึงอยากฟังว่าเขาจะว่าอย่างไร

“เจ้าสังหารจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อันธการ นี่มิใช่เรื่องดีเลย” ตี้จวินเอ่ยเสียงเรียบ

หานเจวี๋ยกล่าวไปว่า “ข้าสังหารเขาเพื่อมรรคาสวรรค์ อริยะรายอื่นขอร้องให้ข้าออกโรง คาดว่าเหล่าผู้ทรงพลังแดนเทพหวนปัจฉิมก็คงจะให้การปกป้องพวกเราเช่นกัน”

ตี้จวินเอ่ยว่า “ย่อมปกป้องแน่ เจ้าลงมือเพียงเพื่อปกป้องมรรคาสวรรค์จริงๆ น่ะหรือ”

“มิเช่นนั้นจะทำเพื่ออันใดเล่า?”

ตี้จวินจ้องมองหานเจวี๋ย

หานเจวี๋ยก็สันนิษฐานอยู่ในใจเช่นกัน แต่เขาไม่ได้พูดออกไป ทำเป็นไม่รู้เรื่องที่มีผู้ทรงพลังยี่สิบหกคนเกิดความเป็นอริกับเขา

“ต่อไปหากมรรคาสวรรค์เผชิญอันตราย เจ้าอย่าได้ลงมืออีก พวกเราจะจัดการเอง”

เมื่อตี้จวินกล่าวประโยคนี้จบก็สลายแดนความฝัน

ณ โลกความเป็นจริง

หานเจวี๋ยลืมตาขึ้น ถามในใจ ‘ตี้จวินก็เป็นหนึ่งในผู้หนุนหลังจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อันธการใช่หรือไม่’

[จำเป็นต้องหักอายุขัยหนึ่งแสนห้าหมื่นล้านปี จะดำเนินการต่อหรือไม่]

ดำเนินการต่อ!

[ใช่]

‘สาเหตุที่ผู้ทรงพลังเหล่านี้วางแผนเล่นละครทำลายมรรคาสวรรค์ ก็เพื่อล้มล้างมรรควิถีแห่งบรรพชนเต๋าใช่หรือไม่’

หานเจวี๋ยนึกออกแค่สาเหตุนี้เท่านั้น

[จำเป็นต้องหักอายุขัยสองแสนล้านปี จะดำเนินการต่อหรือไม่]

ดำเนินการต่อ!

[ใช่]

หานเจวี๋ยถอนหายใจยาวๆ เฮือกหนึ่ง

ถูกผู้ทรงพลังมากมายขนาดนี้หมายหัวมิใช่เรื่องดีเลย จุดแข็งเพียงหนึ่งเดียวของหานเจวี๋ยคืออาณาเขตเต๋า ต่อไปจะออกไปข้างนอกส่งเดชไม่ได้อีก

ผู้ทรงพลังเหล่านั้นไม่ทราบว่าหานเจวี๋ยคาดเดาเรื่องราวที่แท้จริงได้แล้ว น่าจะยังไม่เผยตัวแตกหักกับเขาซึ่งๆ หน้า อย่างมากก็คงคลางแคลงในฐานะตัวตนของเขา ตี้จวินคือตัวอย่างที่ดีที่สุด

จิตใจหานเจวี๋ยว้าวุ่น

นี่มันเรื่องอะไรกันแน่

[เจ้าแม่หนี่ว์วาต้องการเข้าฝันท่าน ยอมรับหรือไม่]

ยอมรับ!

หานเจวี๋ยเข้าสู่แดนความฝันอีกครั้ง พบกับเจ้าแม่หนี่ว์วา

แดนความฝันคือทิวเขาแห่งเขาเทพปู้โจว ทัศนียภาพงดงาม

เจ้าแม่หนี่ว์วาเอ่ยถาม “หานเจวี๋ย เจ้าเกี่ยวข้องกับบรรพชนเต๋าอย่างไร”

ใช่จริงๆ เดาไว้ไม่ผิดเลย!

หานเจวี๋ยตอบ “ไม่เกี่ยวข้องกัน เหตุใดจึงถามเช่นนี้”

เขาแสร้งเอ่ยถามด้วยความสับสน “ข้าแค่สังหารจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อันธการเท่านั้น เหตุใดเหล่าผู้อาวุโสล้วนแต่มาเข้าฝันข้ากัน หรือว่าข้าสังหารผิดตัวไป”

เจ้าแม่หนี่ว์วาส่ายหน้าพลางตอบว่า “มิใช่ เจ้าสังหารถูกตัวแล้ว พวกเราแค่ตกใจกับพลังของเจ้าเท่านั้น”

ไปหลอกผีเถอะ!

ผู้เฒ่ารู้แผนชั่วของพวกเจ้าหมดแล้ว!

หานเจวี๋ยขมวดคิ้วเอ่ยไปว่า “ข้ามีพลังแข็งแกร่งแล้วไม่ดีหรือ จะได้ปกป้องมรรคาสวรรค์ได้”

“นั่นก็ดีแล้ว เพียงแต่เจ้าได้เขาเทพปู้โจวมาจากไหน ในอดีตเขาเทพปู้โจวถูกบรรพชนจอมเวททำลายล้าง ซากเขาที่เหลืออยู่ถูกบรรพชนเต๋าเก็บไป…”

เจ้าแม่หนี่ว์วาถามอย่างมีนัยแฝง
สำหรับคำถามของเจ้าแม่หนี่ว์วา หานเจวี๋ยแสร้งทำเหมือนเพิ่งกระจ่างแจ้งในยามนี้ “เขาเทพปู้โจวเป็นของบรรพชนเต๋าหรือ ก่อนหน้านี้ข้าออกท่องเขตฟ้าบุพกาล บังเอิญพบพานผู้อาวุโสลึกลับท่านหนึ่ง เขาบอกว่ามีวาสนาได้พบพาน จึงยกเขาเทพปู้โจวให้ข้า ไม่คิดเลยว่า…หรือว่าเขาก็คือบรรพชนเต๋า”

“บรรพชนเต๋ายังมีชีวิตอยู่หรือ”

หานเจวี๋ยผงะไปแวบหนึ่ง อุทานออกมาอีกครั้ง

ทักษะการแสดงของเขายอดเยี่ยมนัก

เจ้าแม่หนี่ว์วาฟังแล้วขมวดคิ้วนิดๆ

“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ ข้าจะนำไปหารือกับผู้ทรงพลังคนอื่น วันหน้าหากบรรพชนเต๋ามาหาเจ้าอีก จงจำไว้ว่าต้องแจ้งให้ข้าทราบ บรรพชนเต๋าไม่ธรรมดา และมิได้มีเมตตากรุณาเช่นในตำนานเล่าขาน”

พอกล่าวประโยคนี้จบ เจ้าแม่หนี่ว์วาก็รีบสลายแดนความฝันทันที

หานเจวี๋ยลืมตาขึ้น

‘หวังว่าบรรพชนเต๋าจะสามารถหลอกคนพวกนี้ได้’ หานเจวี๋ยคิดเงียบๆ

บรรพชนเต๋ายังมีชีวิตอยู่จริงๆ ในอดีตกาลนานมาแล้วยังเคยเกิดความประทับใจในตัวหานเจวี๋ยอีกด้วย ถึงแม้ระดับความประทับใจจะต่ำมาก แต่ก็ยืนยันได้ว่าเขายังอยู่จริงๆ

รูปประจำตัวของบรรพชนเต๋าในรายการสหายของเขายังคงดำมืดอยู่ มองไม่เห็นใบหน้า เพียงพอจะแสดงให้เห็นแล้วว่าบรรพชนเต๋านั้นลึกลับมาก

ว่ากันในอีกมุมหนึ่ง แผนการของแดนเทพหวนปัจฉิมและมรรคาสวรรค์สามารถนับว่าเป็นการต่อสู้กันภายในสำนักเต๋าได้

เหตุผลที่บรรพชนเต๋าถูกเรียกขานว่าบรรพชนเต๋า เพราะเขาคือบรรพชนแห่งมหามรรค หลังจากผานกู่ทำลายล้างเทพมารฟ้าบุพกาลสามพันตน บรรพชนเต๋าเป็นคนแรกที่พิสูจน์เต๋าสำเร็จ และเป็นผู้ทรงพลังที่เผยแพร่มรรคเป็นรายแรก ผู้บำเพ็ญทั้งหมดในยุคหลังล้วนนับว่าเป็นศิษย์สำนักเต๋าทั้งสิ้น

ผานกู่เป็นผู้ทรงพลังรายแรกที่บุกเบิกฟ้าดิน ส่วนบรรพชนเต๋าเป็นผู้ทรงพลังรายแรกที่เผยแพร่มรรค ต่างมีผลกุศลมหาศาลจนไม่อาจประเมินค่าได้

ในขณะที่หานเจวี๋ยกำลังใช้ความคิดอยู่นั้น หานทั่วก็ค่อยๆ ฟื้นขึ้นมา

เมื่อหานทั่วมองเห็นหานเจวี๋ย ก็รีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาทันที

หานเจวี๋ยไม่ได้เปิดใช้งานหยินหยางพิทักษ์ตะวันจันทรา เนื่องจากสิ้นสุดการต่อสู้แล้ว แต่ร่างกายเขามีแสงเทพแห่งอริยะเสรีปกคลุมบดบัง หานทั่วจึงมองไม่เห็นใบหน้าที่แท้จริงของเขา

“ท่านคือผู้ใด”

หานทั่วถามด้วยความระแวดระวัง เขาจดจำใครคนนั้นที่เขาเห็นก่อนที่จะสลบไปได้

เขาเห็นบิดาของตน

นั่นเป็นภาพหลอนหรือ

หานเจวี๋ยเอ่ย “เจ้าคิดว่าข้าคือผู้ใดเล่า”

หานทั่วหน้าเปลี่ยนสี เสียงนี้…

หานเจวี๋ยใช้น้ำเสียงที่ใช้ในยามออกไปหาประสบการณ์ ไม่แฝงอำนาจแห่งอริยะ

“ท่านพ่อ…เป็นไปได้อย่างไร…”

หานทั่วทรุดฮวบลงไป คุกเข่าอยู่บนพื้น ใบหน้าปรากฏอารมณ์ตื่นตะลึงระคนยินดีปะปนกันไป

หานเจวี๋ยไม่ได้เก็บประกายแสงบนกาย เพียงจ้องมองเขาเงียบๆ เช่นนี้

ผ่านไปพักใหญ่

ในที่สุดหานทั่วก็สงบอารมณ์ลง เขากัดฟันถาม “ท่านคืออริยะหรือ”

“อืม”

“เช่นนั้นท่าน…”

ในจิตใต้สำนึกของหานทั่วต้องการซักถามหานเจวี๋ยว่าเหตุใดถึงไม่ช่วยเหลือมารดาของเขา ไม่ช่วยเหลือภรรยาของเขา

แต่เมื่อคำพูดมาจ่ออยู่ที่ปาก จู่ๆ หานทั่วก็นึกถึงตระกูลหานขึ้นมา

ตอนนั้นหานอวี้ก็เคยตั้งคำถามกับเขาแบบนี้เช่นกัน

เขานึกย้อนถึงความรู้สึกในช่วงเวลานั้น เพลิงโทสะในใจเขาเสมือนถูกน้ำเย็นอ่างหนึ่งราดรดจนดับมอด ท่าทางดูเซื่องซึมไร้จิตวิญญาณ

เหตุใดถึงไม่ช่วยน่ะหรือ?

เป็นเพราะระดับและสถานะแตกต่างกันมากเหลือเกิน แสวงหาคนละเส้นทางกัน!

หานทั่วให้กำเนิดบุตรเพื่อฝึกฝนหาประสบการณ์เท่านั้น เขาไม่ได้มองภรรยาในแดนมนุษย์และบุตรธิดาเป็นคนในครอบครัวแต่แรก เพียงอยากลองใช้ชีวิตอย่างที่มนุษย์ธรรมดาใฝ่ฝันกันเท่านั้น

สุดท้ายเขาก็ใจอ่อนขึ้นมา จึงถ่ายทอดเคล็ดฝึกบำเพ็ญให้บุตรธิดา ก่อให้เกิดเป็นตระกูลหานขึ้นมา สุดท้ายก็เผชิญกับการทำลายล้างล่มสลายทั้งตระกูล

ตอนนั้นหานเจวี๋ยก็ให้กำเนิดเขาเพราะเหตุนี้เช่นกันกระมัง

พอนึกมาถึงตรงนี้ ในใจหานทั่วเต็มไปด้วยความสับสน

จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่าทุกอย่างที่ทำไปไม่มีความหมายเลย

เขาไม่กล้าขุ่นเคืองหานเจวี๋ย เนื่องจากเขาก็เป็นเช่นเดียวกับหานเจวี๋ย

แต่เขาไม่สามารถทำใจยอมรับสถานการณ์เช่นนี้ได้

สรุปแล้วเขาไล่ตามสิ่งใดอยู่กันแน่

หากเขาคู่ควรจะมีชีวิตอยู่ เช่นนั้นตระกูลหานก็คู่ควรเช่นเดียวกับตนมิใช่หรือ

หานทั่วเงยหน้ามองหานเจวี๋ย นึกถึงหานอวี้ขึ้นมา ในใจตระหนกว้าวุ่น คำพูดทั้งหมดล้วนกลายเป็นความว่างเปล่า

หานเจวี๋ยค่อยๆ เอ่ยขึ้นว่า “ดูเหมือนเจ้าจะขบคิดได้กระจ่างแล้ว”

หานทั่วกำสองมือที่อยู่ภายใต้แขนเสื้อแน่น กัดฟันไว้

ความยินดีปรีดาที่ถูกช่วยเหลือและได้พานพบหลังจากกันไปนานถูกความขุ่นเคืองของตัวเขาเองเข้าครอบงำ

“อันที่จริงมารดาของเจ้ายังอยู่ ข้าสามารถคืนชีพให้นางได้ตลอดเวลา”

จู่ๆ หานเจวี๋ยก็เอ่ยขึ้นมา หานทั่วได้ฟังก็เงยหน้าขึ้นทันที ใบหน้าฉายแววตื่นตะลึงระคนปรีดา

“ส่วนภรรยาของเจ้า เจ้าต้องจัดการเอาเอง”

ประโยคต่อมาของหานเจวี๋ยทำให้อารมณ์ของหานทั่วดิ่งวูบลงอีกครั้ง

หานทั่วพลันรู้สึกละอายใจยิ่ง

เขาเข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว

ที่เขามีวันนี้ได้ไหนเลยจะใช่เพราะความบังเอิญ เพราะเหตุใดพญายมแห่งยมโลกถึงช่วยเขา

เหตุใดเจ้านิกายเจี๋ยถึงไม่สังหารเขา

เหตุใดพอผู้ทรงพลังมากมายพบพานเขาเพียงแวบเดียวก็ให้ความสนิทสนมเป็นกันเองกับเขา

ที่แท้ล้วนเป็นเพราะทุกคนเห็นแก่หน้าหานเจวี๋ยถึงได้เป็นมิตรกับเขา

หานเจวี๋ยยังคงเมตตาช่วยเหลือภรรยาในแดนมนุษย์ที่ตนไปหาประสบการณ์ไว้ แต่ตัวเขาหานทั่วกลับลืมเลือนภรรยาในแดนมนุษย์ไปนานแล้วโน!วลกูดoทคอม

เมื่อเทียบกับหานเจวี๋ยแล้ว หานทั่วรู้สึกว่าตนสู้บิดาไม่ได้เลยสักอย่าง พลันรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจในตัวเอง

วินาทีนี้ หานทั่วไม่กล้าเรียกร้องสิ่งใดอีกต่อไป ถึงขั้นที่ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรด้วยซ้ำ

ขอบคุณ

กล่าวโทษ

ล้วนไม่มีความหมายทั้งนั้น

หานเจวี๋ยเอ่ยขึ้นว่า “เดิมทีข้าคิดจะรอให้เจ้าสำเร็จเป็นครึ่งอริยะแล้วค่อยมาพบเจ้าอีกครั้ง จนใจที่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อันธการจับตัวเจ้าไป”

หานทั่วก้มหน้าลง กัดฟันเอ่ย “ขออภัยด้วย”

เขาอยากจะแทรกแผ่นดินใจแทบขาดแล้ว

เวลานี้เอง จู่ๆ เขาก็สัมผัสได้ว่ามีมือข้างหนึ่งวางลงบนศีรษะเขา

เขาเงยหน้ามองตามสัญชาตญาณ พบว่าหานเจวี๋ยเก็บแสงเทพแล้ว กำลังลูบศีรษะเขาพลางมองเขาไปด้วย

ถึงแม้สีหน้าของหานเจวี๋ยจะเรียบเฉย แต่การกระทำนี้ของเขาทำให้ความรู้สึกที่หานทั่วสะกดกลั้นไว้ระเบิดออกมาทันที

ขอบตาหานทั่วพลันแดงก่ำ

ท่านพ่อ…

“ข้า…”

หานทั่วอยากเรียกท่านพ่ออีกครั้งยิ่งนัก แต่กลับรู้สึกว่าตนไม่มีคุณสมบัติพอ

“อย่าคิดมากมายถึงเพียงนั้นเลย ตอนนี้เจ้าต้องใคร่ครวญแล้วว่านับจากนี้จะก้าวเดินไปในเส้นทางไหน!”

หานเจวี๋ยกล่าวอย่างสงบ

หานทั่วสูดหายใจลึกๆ เฮือกหนึ่ง ปรับสภาวะอารมณ์ เอ่ยถามความเห็น “ท่านคิดว่าอย่างไรขอรับ”

เขาไม่ใช่เด็กเล็กๆ แล้ว ไม่สามารถโถมตัวเข้าไปออดอ้อนในอ้อมกอดของหานเจวี๋ยได้อีก ความผูกพันทางสายเลือดก็ไม่อาจสกัดกั้นความประดักประเดิดจากการหวนกลับมาพบกันอีกครั้งหลังที่จากกันไปนานได้

“เจ้าเลือกเองเถอะ”

หานเจวี๋ยผลักภาระกลับมาให้อีกครั้ง ทำให้หานทั่วจำเป็นต้องใคร่ครวญดู

เขาทราบว่านี่คือการกำหนดเส้นทางบำเพ็ญในอนาคตของเขา

หานเจวี๋ยช่วยเหลือเขา เขาสามารถเลือกฝึกบำเพ็ญภายใต้ความคุ้มครองของหานเจวี๋ยได้

แต่ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด จู่ๆ เขาก็นึกถึงหานอวี้ขึ้นมา

ตอนนั้นเขาต้องการคุ้มครองหานอวี้ ผลคือถูกหานอวี้ปฏิเสธ หานอวี้ยังบอกด้วยว่าจะเหนือกว่าเขาให้ได้ ตอนนั้นเขาเพียงรู้สึกขบขันเท่านั้น

หานทั่วยิ้มเยาะตัวเองแวบหนึ่ง

หานเจวี๋ยกับเขา เขากับหานอวี้ ดูแลกันรุ่นต่อรุ่นจริงๆ ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองรุ่นเหมือนคันฉ่องที่ส่องสะท้อน

ช้าก่อน

หรือว่าที่หานอวี้รอดชีวิตมาได้เพราะหานเจวี๋ยช่วยไว้

เขาเคยได้ยินท่านพญายมกล่าวว่า มีผู้ทรงพลังท่านหนึ่งช่วยเหลือตระกูลหาน

หานทั่วเบิกตากว้าง ดวงตาฉายแววซับซ้อนอีกครั้ง

ท่านพ่อทำเช่นนี้ เพราะคิดจะใช้หานอวี้มาสั่งสอนมอบบทเรียนให้เขากระมัง

หานทั่วเข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว

เขาเงยหน้าขึ้น แววตาเด็ดเดี่ยว เอ่ยว่า “ข้าจะเดินไปตามทางของตน ให้ข้าก้าวเดินไปเองเถิด ข้าจะบุกเบิกนภาของข้าเอง รอจนข้าพิสูจน์มรรคสำเร็จแล้วจะกลับมาทดแทนบุญคุณที่ท่านให้กำเนิดชุบเลี้ยงและมอบโอกาสให้”

หานเจวี๋ยเอ่ยว่า “อยู่ภายใต้การดูแลของข้าก็สำเร็จเป็นอริยะได้เช่นกัน เพียงแต่เจ้าต้องอดทนกับความเงียบเหงาอ้างว้างอันไร้ที่สิ้นสุด”

“ไม่จำเป็นขอรับ ในฐานะบุตรชายของท่าน หากข้าต้องการให้ทุกคนยอมรับ ข้าก็ต้องพิสูจน์ตัวเองให้ได้”

“ได้สิ”

หานเจวี๋ยก็ไม่พูดไร้สาระอีก เขาชี้นิ้วออกไป แตะลงบนหน้าผากหานทั่ว

ตูม!

หานทั่วรับรู้เพียงว่าสมองระเบิดตูม จิตรับรู้ตกอยู่ในภวังค์เลื่อนลอย

หานเจวี๋ยชักนำมหามรรคกต้นกำเนิดเข้าสู่สมองเขา เทศนาธรรมแก่เขา

ตอนนี้เขาผสานรวมกับมหามรรคต้นกำเนิดแล้ว ไม่จำเป็นต้องเอ่ยปากเทศนาอีก เนื่องจากตัวเขาก็คือมหามรรคต้นกำเนิด

หานเจวี๋ยไม่เพียงแต่ถ่ายทอดมหามรรคต้นกำเนิดให้หานทั่วเท่านั้น ยังปลดผนึกคุณสมบัติของเขาอย่างสมบูรณ์ด้วย

สายเลือดของหานทั่วอาจจะสู้เขาไม่ได้ แต่ยอดเยี่ยมกว่าสรรพสิ่งมรรคาสวรรค์แน่นอน

หานเจวี๋ยจ้องมองหานทั่ว พึมพำว่า “อย่าทำให้ข้าผิดหวัง หวังว่าเจ้าจะกลายเป็นเทพมารอนธการตนที่สองได้สำเร็จ”

แสงเจิดจ้าแผ่ออกมารอบกายหานทั่ว เจิดจ้าพร่างพราว

ในเวลาเดียวกัน

ต่งจั๋วและมู่หรงฉี่ที่อยู่ในอาณาเขตเต๋าแห่งที่สองล้วนสัมผัสถึงกลิ่นอายสายหนึ่งที่กำลังแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว

“นั่นคือเทพมารฟ้าบุพกาลอีกตนหรือ”

มู่หรงฉี่พึมพำกับตัวเอง อยากรู้อยากเห็นยิ่งนัก

เขาไม่ได้โผล่หน้าออกไปดู เลี่ยงไม่ให้เป็นการรบกวนหานเจวี๋ยเข้า

หลังจากกลายเป็นเทพมารสงคราม ตบะของมู่หรงฉี่ก็พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ทิ้งห่างจากแต่ก่อนไปมาก เขามีความสุขยิ่งนัก ฝึกบำเพ็ญทุกวันด้วยความรื่นรมย์ยิ่ง

ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าเหตุใดหานเจวี๋ยถึงชอบมานะบำเพ็ญยิ่ง

ความรู้สึกที่ได้แข็งแกร่งขึ้นช่างงดงามยิ่งกว่าประสบการณ์อื่นใดในโลกหล้า!

….

พริบตาเดียวก็ผ่านไปสิบปี

หานทั่วค่อยๆ ฟื้นคืนสติ เขาลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่มองเห็นคือหานเจวี๋ยที่แผ่แสงเทพออกมาทั่วกาย ยังคงดูสูงส่งเลิศล้ำถึงเพียงนั้น ศักดิ์สิทธิ์ทรงพลัง

ด้วยความช่วยเหลือจากหานเจวี๋ย พลังแห่งความมืดในร่างหานทั่วถูกขจัดทิ้ง เขากำลังก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งมหามรรคต้นกำเนิด คุณสมบัติตื่นขึ้นมาอย่างสมบูรณ์

หานทั่วรับรู้ได้ชัดเจนว่าทุกสิ่งเปลี่ยนไปแล้ว

โลกในมุมมองของเขาแจ่มชัดขึ้นกว่าเดิม ปราณฟ้าประทานอันไร้รูปลักษณ์เลื่อนไหลผ่านหน้าเขาไปรวมกับลำธารสายน้อย

ความรู้สึกนี้…

หานทั่วรู้สึกตื่นเต้นยิ่ง รีบคุกเข่าคารวะหานเจวี๋ย โขกศีรษะให้ซ้ำๆ

“ขอบคุณท่านพ่อ”

น้ำเสียงหานทั่วเคร่งขรึม ทว่าสั่นพร่า

เขารับรู้ถึงคุณสมบัติที่เปลี่ยนแปลงไปของตน ระหว่างที่สูดหายใจสามารถดูดซับปราณฟ้าประทานไปพร้อมกันได้ ตบะเพิ่มพูนขึ้น

น่าหวาดหวั่นเหลือเกิน!

นี่น่ะหรือมหามรรคแห่งอริยะ

หานเจวี๋ยเอ่ยโดยไม่ลืมตาขึ้นเลย “วันหน้าพยายามอยู่ในแดนเซียนเข้าไว้ อย่าออกไปไหน นอกแดนเซียนมีตัวตนที่ทรงพลังกว่าข้าจับจ้องรอตะครุบอยู่มากมาย เจ้าสืบทอดสายเลือดของข้า จะถูกผู้ทรงพลังมากมายเพ่งเล็ง”

หานทั่วพยักหน้ารับ คล้ายว่าเขาจะนึกอะไรขึ้นได้ ถามออกมา “อี๋เทียนล่ะขอรับ เขาเป็นพี่น้องร่วมสาบานของข้า ท่าน…”

หานเจวี๋ยเป็นอริยะ ย่อมรู้จักคนใกล้ตัวเขา

“ข้าไม่ได้ช่วยไว้”

“เพราะเหตุใดขอรับ”

“เขาคือบุตรแห่งมรรคาสวรรค์ ว่ากันตามตรงคือเป็นตัวหมากที่มรรคาสวรรค์สร้างขึ้น มรรคาสวรรค์เบิกปัญญาก่อกำเนิดดวงจิตมรรคาสวรรค์ หากมรรคาสวรรค์มีดวงจิต ย่อมเป็นหายนะ หลักการนี้เจ้าน่าจะรู้ดี ดังนั้นข้าไม่อาจให้ความช่วยเหลืออี๋เทียนได้ หากอี๋เทียนก้าวหน้าเติบใหญ่ มีแต่จะเป็นภัยต่อแดนเซียน ความกระหายสงครามของเขาเจ้าเองก็คงรับรู้ได้”

หานเจวี๋ยกล่าวอย่างเฉยชา

หานทั่วตะลึงงัน

ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้

มิน่าเล่าไม่ว่าข้าจะทำอย่างไรก็ไล่ตามเขาไม่ทันเลย

หานทั่วเผยรอยยิ้มขมขื่นออกมา แต่แววตาของเขายังคงเด็ดเดี่ยวมุ่งมั่นยิ่ง

“เขาก็มีที่พึ่งของเขา เจ้าไม่ต้องกังวลหรอก จากนี้เจ้าก็ฝึกบำเพ็ญอยู่ที่นี่ไปก่อนเถอะ อย่าออกไป”

หานเจวี๋ยกล่าว ถึงแม้จะปลดผนึกคุณสมบัติของหานทั่วแล้ว แต่ยังคงไม่แข็งแกร่งมากพอ

หานทั่วเอ่ยถาม “แล้วเมื่อไรข้าถึงจะออกไปได้ขอรับ”

“เมื่อเจ้าสำเร็จเป็นต้าหลัว”

“ต้าหลัว…”

หานทั่วเลิกคิ้ว ด้วยคุณสมบัติของเขาในปัจจุบันนี้ การพิสูจน์ต้าหลัวมิใช่เรื่องยากแล้ว!

เวลานี้เอง หานเจวี๋ยพลันเลือนหายไป

หานทั่วตกตะลึงไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงค่อยลุกขึ้นมา เขาจะออกไปเดินดูนอกอารามเต๋า แต่ก็พลันชะงักเท้า

‘ไม่ได้!

ข้าจะทำให้ท่านพ่อผิดหวังไม่ได้!’

หานทั่วนั่งลงอีกครั้ง เริ่มฝึกบำเพ็ญ

อีกด้านหนึ่ง หานเจวี๋ยกลับมาที่เขตเซียนร้อยคีรี เขาเงยหน้ามองขึ้นไป เหล่าอริยะกลับมาแล้ว รวมตัวกันอยู่ในตำหนักเอกภพ

เขาคิดแวบหนึ่ง กระโจนออกจากแดนเซียน ไปโผล่หน้าตำหนักเอกภพบนชั้นฟ้าที่สามสิบสาม

เมื่อรับรู้ถึงกลิ่นอายของเขา ประตูใหญ่ตำหนักเอกภพพลันเปิดออก

หานเจวี๋ยเดินเข้าสู่ด้านในตำหนัก

เขาปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าเหล่าอริยะ เหล่าอริยะต่างพากันเอ่ยทักทาย

“สหายเต๋าหาน ในที่สุดเจ้าก็ปรากฏตัวแล้ว พวกเราหลงนึกว่าเจ้ายังไม่กลับมา”

“แย่เหลือเกิน ระหว่างที่พวกเราเดินทางกลับมาเผชิญกับการโจมตีเข้า สหายเต๋าฝูซีเทียนจากไปเสียแล้ว…”

“ผู้ที่อยู่เบื้องหลังจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อันธการเป็นใครกันแน่”

“ไม่รู้เลย ข้าสังหรณ์ใจว่าวิกฤตแห่งมรรคาสวรรค์ยังไม่จบสิ้น”

….

เมื่อได้ฟังคำพูดของเหล่าอริยะ หานเจวี๋ยกวาดสายตามองเหล่าอริยะแวบหนึ่ง นอกจากฝูซีเทียนที่ไม่อยู่ อริยะที่เหลือล้วนได้รับบาดเจ็บทั้งสิ้น

สีหน้าของจอมอริยะเสวียนตูก็ไม่น่ามองยิ่งนักเช่นกัน

หานเจวี๋ยเอ่ยถาม “อาการบาดเจ็บของพวกเจ้าสาหัสมากหรือ”

จอมอริยะเสวียนตูตอบ “มีพลังงานแกร่งกล้าประการหนึ่งสะกดข่มมรรคจิตของพวกเราไว้ พวกเราต้องใช้เวลานานยิ่งกว่าจะฟื้นฟูได้”

ชั่วพริบตานั้น ภายในตำหนักพลันตกอยู่ในความเงียบงันโนเวลกูดอทคอม

หานเจวี๋ยถามต่อ “พวกเจ้าเคยติดต่อไปหาผู้อาวุโสของพวกเจ้าที่อยู่ในแดนเทพหวนปัจฉิมหรือไม่ พวกเขาว่าอย่างไรบ้าง”

“พวกเขาให้พวกเราตั้งใจดูแลมรรคาสวรรค์ ไม่จำเป็นต้องคิดมาก” เทพสูงสุดหนานจี๋ถอนหายใจพลางให้คำตอบ

หานเจวี๋ยสังเกตสีหน้าท่าทีของพวกเขา ทว่าก็คาดเดาความคิดในใจของพวกเขาไม่ได้เลย

‘ข้าอยากรู้ว่าพวกเขาทราบหรือไม่ว่าแดนเทพหวนปัจฉิมเป็นผู้บงการจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อันธการ’ หานเจวี๋ยถามในใจ

[จำเป็นต้องหักอายุขัยสี่พันล้านปี จะดำเนินการต่อหรือไม่]

ดำเนินการต่อ!

[ไม่ทราบ]

หานเจวี๋ยไว้อาลัยอย่างเงียบงัน

ที่แท้คนพวกนี้ก็เป็นตัวหมากทั้งสิ้น ถูกปิดหูปิดตาไว้เช่นกัน

ก็นับว่าปกติยิ่ง พวกเขาคืออริยะมรรคาสวรรค์ หากเกิดเรื่องกับมรรคาสวรรค์ พวกเขาล้วนจะตายตกตามไปด้วย

จอมอริยะเสวียนตูมาทีหลัง หากทราบว่าเป็นแผนการของเหล่าผู้ทรงพลัง คาดว่าถึงตีเขาให้ตาย เขาก็ไม่มีทางมา

‘มองจากมุมนี้ แปลว่าข้าสามารถใช้ประโยชน์จากพวกเขาได้’

หานเจวี๋ยครุ่นคิดเงียบๆ อย่างไรก็ตามในด้านของมรรคาสวรรค์ พวกเขานับว่าแขวนอยู่บนเชือกเส้นเดียวกัน

จอมอริยะเสวียนตูเอ่ยขึ้นว่า “เรื่องของฝูซีเทียนพวกเราก็จัดการไม่ได้เช่นกัน พวกเราคิดหาทางเสริมกำลังให้ดวงชะตามรรคาสวรรค์เถิด ยิ่งมรรคาสวรรค์แข็งแกร่งขึ้นมาเท่าไร พวกเราก็ยิ่งปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น”

เหล่าอริยะพยักหน้ารับ จากนั้นก็แยกย้ายกันไป

จอมอริยะเสวียนตูถ่ายทอดเสียงมา รั้งหานเจวี๋ยเอาไว้

หลังจากอริยะรายอื่นจากไปแล้ว ประตูตำหนักเอกภพพลันปิดลง

“เรื่องนี้ผิดปกติ พวกเราต้องเร่งเข้ายึดครองแดนเซียนพิภพโดยเร็ว นำแดนเซียนพิภพมาชุบเลี้ยงให้กลายเป็นมรรคาสวรรค์” จอมอริยะเสวียนตูเอ่ยเสียงขรึม

หานเจวี๋ยถามไปว่า “เจ้าเป็นอริยะเสรี คุณสมบัติเลิศล้ำ เหตุใดต้องมาเป็นอริยะมรรคาสวรรค์ด้วย”

จอมอริยะเสวียนตูถอนหายใจพลางเอ่ยว่า “มหาเคราะห์มรรคายิ่งใหญ่ใกล้จะมาเยือนแล้ว ข้าเป็นห่วงมรรคาสวรรค์ เป็นห่วงเผ่ามนุษย์”

“เจ้าเต็มใจมาเอง หรือถูกมอบหมายให้มา”

“เรื่องนั้นมันแน่นอนอยู่แล้ว ถ้าเจ้าไม่สังหารหลี่มู่อีจะกลายมาเป็นเช่นนี้หรือ”

จอมอริยะเสวียนตูเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ การที่จู่ๆ เขาก็แสดงอารมณ์ออกมาเล็กน้อยกลับทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและหานเจวี๋ยใกล้ชิดกันมากขึ้น

จอมอริยะเสวียนตูเอ่ยต่อว่า “สำหรับมหาเคราะห์มรรคายิ่งใหญ่ ข้าคาดเดาเบื้องต้นเอาไว้แล้ว แต่ตอนนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ สาเหตุที่ข้าหมายตาแดนเซียนพิภพ ก็เพราะกลัวว่ามรรคาสวรรค์จะล่มสลาย หากวันนั้นมาถึงจริงๆ ข้าก็สามารถอพยพสรรพสิ่งมรรคาสวรรค์ไปยังแดนเซียนพิภพได้ เช่นเดียวกับที่บรรพชนเต๋าก่อตั้งแดนเซียนขึ้น พลิกฟ้าเปลี่ยนตะวัน”

มุมมองที่หานเจวี๋ยมีต่อจอมอริยะเสวียนตูแปรเปลี่ยนไป

มิใช่ผู้บำเพ็ญทุกคนที่ทุ่มเทเพื่ออำนาจสุดแข็งแกร่ง ยังมีคนที่โอบอุ้มปณิธานอย่างอื่นเอาไว้เช่นกัน

ทั้งสองเริ่มหารือกันว่าจะพัฒนามิติวัฏจักรอย่างไร

ตอนนี้อุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมิติวัฏจักรคือเทพมารฟ้าบุพกาลตนนั้นที่ซ่อนตัวอยู่ในแดนเซียนพิภพรวมถึงมิติไร้ขอบเขตด้วย

ผู้อยู่เบื้องหลังมิติไร้ขอบเขตคืออริยะรายหนึ่ง สังเวยสามศพพิสูจน์มรรค แข็งแกร่งกว่าอริยะมรรคาสวรรค์ แต่สู้อริยะที่อาศัยพลังพิสูจน์มรรคไม่ได้

ก่อนหน้านี้จอมอริยะเสวียนตูเป็นอริยะเสรี ตอนนี้หานเจวี๋ยก็เป็นอริยะเสรีเช่นกัน ดังนั้นไม่จำเป็นต้องกังวลกับมิติไร้ขอบเขตเลย

ต้องกำจัดเทพมารฟ้าบุพกาลตนนั้นก่อน!

เมื่อกลับมาถึงเขตเซียนร้อยคีรี หานเจวี๋ยนั่งลงบนบัวดำล้างโลกสามสิบหกวัฏจักร

เขากับจอมอริยะเสวียนตูหารือกันอยู่หนึ่งชั่วยาม สุดท้ายก็ยังตัดสินใจรอให้มิติวัฏจักรพัฒนาต่อไปอีกสักระยะก่อน ค่อยบีบให้เทพมารฟ้าบุพกาลตนนั้นเผยตัว

หานเจวี๋ยไม่ได้ทำนายดูเลยว่าเทพมารฟ้าบุพกาลตนนั้นอยู่ที่ใด

หานเจวี๋ยต่างจากจอมอริยะเสวียนตู เขาเข้าร่วมกับเรื่องนี้เพียงเพราะสนใจเท่านั้น ไม่ได้มีเป้าหมายอย่างชัดเจน ดังนั้นเขาจึงไม่รู้สึกร้อนรนเท่าจอมอริยะเสวียนตู

เรื่องสังหารจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อันธการเป็นเหตุให้ผู้ทรงพลังยี่สิบหกรายเกิดความเกลียดชังในตัวหานเจวี๋ย เขาจำต้องเก็บตัวไปสักระยะหนึ่ง

หานเจวี๋ยตัดสินใจว่าจะเก็บตัวสักหลายๆ พันปี แล้วค่อยสาปแช่งคนเหล่านี้

หานเจวี๋ยเรียกกล่องจดหมายออกมา ตรวจดูความเปลี่ยนแปลงในระยะนี้ของเหล่าสหาย

[จักรพรรดิสวรรค์ผู้ชั่วร้ายสหายของท่านสืบทอดมรดกแห่งจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อันธการ พลังมรรคเพิ่มขึ้นฉับพลัน]

[หยางตู๋สหายของท่านเผชิญกับการโจมตีจากเผ่าพันธุ์ลึกลับ] x392092

[ฉิวซีไหลสหายของท่านเผชิญกับคำสาปแช่งลึกลับ]

[ฝูซีเทียนสหายของท่านเผชิญกับการโจมตีจากกผู้ทรงพลังลึกลับ ตัวตายมรรคผลสลาย]

[ฝูซีเทียนสหายของท่านได้รับการชุบชีวิตจากเจ้าแม่หนี่ว์วาศัตรูคู่อาฆาตของท่าน กลายเป็นอริยะเสรี]

[หยางเทียนตงศิษย์ของท่านเผชิญกับการโจมตีจากผู้ทรงพลังลึกลับ ได้รับบาดเจ็บสาหัส]

[ฟางเหลียงศิษย์หลานของท่านได้รับการชี้ทางเบิกปัญญาจากบรรพชนเต๋าสหายของท่าน พลังมรรคเพิ่มขึ้นฉับพลัน]

….

จักรพรรดิสวรรค์ผู้ชั่วร้าย…

เมื่อเห็นสถานการณ์ของเขา หานเจวี๋ยได้แต่ถอนหายใจเงียบๆ

จักรพรรดิสวรรค์ผู้ชั่วร้ายก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งความมืด อย่างที่รู้กันดี ผู้หนุนหลังจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อันธการก็คือที่พึ่งของเหล่าอริยะมรรคาสวรรค์

ที่สุดแล้วจักรพรรดิสวรรค์ผู้ชั่วร้ายก็ยังเป็นแค่ตัวหมากอยู่ดี ไม่สามารถฝ่าออกมาจากกรงขังของผู้ทรงพลังเหล่านั้นได้

เมื่อไล่อ่านลงไป พอหานเจวี๋ยเห็นแจ้งเตือนของฝูซีเทียน ก็รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมา

ฝูซีเทียนสิ้นชีพ ต่อมาก็จะส่งอริยะผู้ทรงพลังคนใหม่มาอีก เช่นเดียวกับคราวของเทพสูงสุดอู๋ฝ่าก่อนหน้านี้ ก่อให้เกิดการต่อสู้ภายในหมู่อริยะอีกครั้ง เมื่อมหันตภัยมรรคาสวรรค์ครั้งต่อไปมาเยือน เหล่าอริยะขัดแย้งกันเองก็ยากจะสมานฉันท์กันได้

หานเจวี๋ยพอจะมองแผนการของเหล่าผู้ทรงพลังในแดนเทพหวนปัจฉิมออกแล้ว

จุดแข็งเพียงหนึ่งเดียวของเขาคือผู้ทรงพลังเหล่านั้นไม่ทราบว่าเขารู้ความจริง

หานเจวี๋ยต้องอาศัยจุดนี้ทำให้พวกเขาแตกคอกันเอง

ผู้ทรงพลังเหล่านี้ไม่มีทางสมานฉันท์กลมเกลียวกันอย่างสมบูรณ์!

หลังอ่านจดหมายเสร็จ หานเจวี๋ยก็ฝึกบำเพ็ญต่อ

เขากำลังรอคอยโอกาสสำหรับสาปแช่ง

เขาไม่ได้สาปแช่งมานานมากแล้ว รู้สึกโหยหาอย่างน่าประหลาด

เจ้าแดนต้องห้ามอันธการจะออกโรงอีกครั้ง!

….

ยมโลก ริมแม่น้ำปรโลก

หยางเทียนตงกำลังนั่งสมาธิอยู่ จักรพรรดินีผืนพิภพปรากฏตัวขึ้นเหนือแม่น้ำปรโลก

หยางเทียนตงรับรู้ถึงกลิ่นอายของนาง เขารีบลืมตาขึ้นมาทันที ทำความเคารพอีกฝ่าย

จักรพรรดินีผืนพิภพเปิดปากเอ่ย “ข้าตรวจสอบดูแล้ว ไม่ทราบเลยว่าเป็นผู้ใดที่ทำร้ายเจ้า ช่วงนี้ต้องเสริมการป้องกันของยมโลก ไม่นานมานี้เหล่าอริยะออกจากแดนเซียนไปจัดการจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อันธการ อริยะฝูซีเทียนสังเวยชีพ บางทีวิกฤตการณ์มรรคาสวรรค์อาจจะกำลังเริ่มขึ้น เมืองนรกอยู่ในระดับต่ำสุดของแดนเซียน เป็นไปได้ว่าจะกลายเป็นเป้าโจมตีของศัตรู”

หยางเทียนตงขมวดคิ้ว กล่าวว่า “จักรพรรดินี ตบะของข้าอ่อนด้อยนัก เกรงว่าคงยากจะปกป้องเมืองนรกได้…”

“ไม่จำเป็นต้องกังวล ข้าจะให้สิบแปดพญายมบรรพกาลหวนกลับมา พวกเขาล้วนเป็นเซียนทองต้าหลัว นี่คือกองกำลังที่เมืองนรกสั่งสมไว้”

เซียนทองต้าหลัวสิบแปดท่าน!

เปลือกตาหยางเทียนตงกระตุก ร้ายกาจขนาดนี้เชียวหรือ

เขาทั้งรู้สึกโล่งใจและเป็นกังวลไปพร้อมกัน

สิบแปดพญายมบรรพกาลหวนกลับมา คงส่งผลกระทบถึงตำแหน่งของเขาเป็นแน่

จะเกิดเหตุการณ์เสร็จนาฆ่าโคถึกขึ้นกับเขาหรือไม่?

จักรพรรดินีผืนพิภพเอ่ยต่อว่า “จากนี้ข้าจะออกจากแดนเซียนไปสักระยะ จงหารือเรื่องทั่วไปกับมหาพญายมให้มากหน่อย เขามีเส้นสายกว้างขวาง รับมือได้กับทุกสถานการณ์”

“เข้าใจแล้วขอรับ”

จักรพรรดินีผืนพิภพเลือนหายไป หยางเทียนตงลุกขึ้นเดินจากไป

ระหว่างเดินทางกลับ หยางเทียนตงว้าวุ่นใจ รู้สึกเสมอว่ากำลังจะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้น

อีกด้านหนึ่ง

แดนเซียนยังคงขับเคลื่อนดำเนินไปด้วยตัวเอง เรื่องศึกอริยะไม่ได้แพร่ออกไป สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นที่เหล่าอริยะช่วยกลับมายังคงถูกกักตัวไว้ในอาณาเขตเต๋าอริยะ เนื่องจากพวกเขามีพลังแห่งความมืดอยู่ในร่าง จะต้องขจัดออกให้หมดสิ้น เหล่าอริยะถึงจะวางใจ

ช่วงหลายพันปีมานี้ ผู้ทรงพลังที่ชื่อเสียงเลื่องลือที่สุดในแดนเซียนคือต้าซั่นเทียน

เขาอยู่ในลำดับแรกบนทำเนียบดวงชะตามรรคาสวรรค์ ครอบครองโลกมนุษย์แห่งหนึ่ง สำนักแยกนภาที่เขาก่อตั้งขึ้นก็แพร่ขยายไปทั่วแดนเซียน เรืองอำนาจขึ้นทุกวันโuเวลกูดoทคอม

นับตั้งแต่เขาเทพปู้โจวเกิดการสังหารล้างบางขึ้น ชื่อเสียงของหลี่เต้าคงก็ตกต่ำอย่างยิ่ง ไม่ทราบว่าเป็นผู้ใดที่กระจายข่าวลับหลังว่าในอดีตเขาเคยเป็นศิษย์เอกแห่งนิกายเหริน ชั่วขณะนั้น คำครหาจำพวกคนอำมหิตศิษย์ทรยศล้วนถูกสาดใส่ร่างหลี่เต้าคง หลี่เต้าคงก็มิได้ออกมาโต้แย้ง ใช้ชีวิตไปตามวิถีของตน

หลี่เต้าคงไม่ก้าวหน้าขึ้นเลย แต่สำนักสตรีศักดิ์สิทธิ์ที่สำนักซ่อนเร้นให้การสนับสนุนกลับก้าวหน้าไปอย่างราบรื่นยิ่ง ดึงดูดศิษย์หญิงเข้ามาได้นับไม่ถ้วน ประกอบกับได้รับการดูแลจากหวงจุนเทียนอยู่เสมอ สองสำนักเป็นพันธมิตรกัน ต่างฝ่ายต่างให้ความช่วยเหลือกันเป็นอย่างดี

เผ่าสวรรค์ก็ส่งเทพเซียนมาเยี่ยมเยือนสำนักสตรีศักดิ์สิทธิ์เป็นครั้งคราว สำนักสตรีศักดิ์สิทธิ์กลายเป็นกลุ่มอิทธิพลขนาดใหญ่แล้ว

ผ่านมาหลายหมื่นปี สรรพสิ่งในปวงสวรรค์หลงลืมสำนักซ่อนเร้นไป แต่ในฉากหน้านั้นอิทธิพลของสำนักซ่อนเร้นยังคงน่าหวาดกลัวยิ่งนัก

ในวันนี้

ผู้บำเพ็ญเผ่ามนุษย์คนหนึ่งมาเยือนเขาเทพปู้โจว เขาสวมชุดสีเขียว บุคลิกงามสง่า หน้าตาไม่นับว่าโดดเด่นนัก มีตบะระดับเซียนพิภพไท่อี่ ไม่นับว่าแข็งแกร่งมาก

หลังจากเข้าสู่หุบเขา เขามุ่งหน้าไปยังยอดเขา

เมื่อมาถึงกลางเนินเขา สายฟ้าเส้นหนึ่งพลันผ่าลงมา เกือบจะผ่าเขาตายแล้ว

“กลับไป”

เสียงของหลี่เต้าคงดังขึ้น เย็นชาอย่างยิ่ง

ชายชุดเขียวกัดฟันกล่าวว่า “ข้าน้อยเป็นผู้บำเพ็ญจากเผ่ามนุษย์ นามเมิ่งเซียว ข้ามิได้มีเจตนาจะมารบกวนผู้อาวุโส ข้าต้องการขึ้นไปบนยอดเขาที่สูงที่สุดในแดนเซียน ฟ้องร้องเทพเซียนทุจริต”

ดวงตาเขาฉายแววเด็ดเดี่ยวมุ่งมั่น ไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่นิด

“เช่นนั้นเจ้าจงไปยังชั้นฟ้าที่สิบสาม อย่าได้มารบกวนความสงบของเขาเทพปู้โจว”

เสียงของหลี่เต้าคงแว่วขึ้นอีกครั้ง แฝงความหงุดหงิดเอาไว้เล็กน้อย

เมิ่งเซียวคุกเข่าลงข้างหนึ่ง ประสานหมัดพลางเอ่ยว่า “เผ่ามนุษย์ไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นสู่ชั้นฟ้าที่สิบสาม ข้าไม่อาจไปพบบรรพชนสวรรค์ได้ ทำได้เพียงมายังเขาเทพปู้โจว ร่ำลือกันว่าหากยืนอยู่บนยอดเขาของเขาเทพปู้โจว เสียงตะโกนจะแว่วดังไปถึงชั้นฟ้าที่สามสิบสาม ข้ามีเพียงทางเลือกนี้เท่านั้นขอรับ!”

“หวังว่าผู้อาวุโสจะยอมอนุญาต มิเช่นนั้นข้าก็ได้แต่ยอมตายด้วยน้ำมือผู้อาวุโส ชาตินี้ชีวิตข้าไร้ห่วงอาลัยแล้ว!”

ตูม!

สายฟ้าเส้นหนึ่งฟาดลงมา ผ่าเมิ่งเซียวจนไหม้ดำในทันใด กลิ้งไถลลงไปจากเนินเขา

แต่เขาทรงตัวได้อย่างรวดเร็ว ร่างกายสั่นระริกลุกขึ้นมาอีกครั้ง โซซัดโซเซปีนขึ้นเขาต่อไป

โลหิตแดงฉานเริ่มไหลซึมออกมาจากร่างที่ไหม้เกรียม เมิ่งเซียวดูราวกับผีร้ายตนหนึ่ง แต่ดวงตายังคงเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่น

“ผู้อาวุโส…โปรด…อนุญาต…”

เมิ่งเซียวไต่ขึ้นเขาพลางเอ่ยด้วยเสียงสั่นพร่า น้ำเสียงแผ่วหวิว ดังสู้เสียงลมไม่ได้ด้วยซ้ำ

เขาเทพปู้โจวตกอยู่ในความเงียบสงัดวังเวง

หลี่เต้าคงตอบรับคำขอของเขาอย่างเงียบงัน ไม่ขัดขวางอีกต่อไป

หลายเดือนต่อมา เมิ่งเซียวที่บาดเจ็บสาหัสไปทั้งร่างปีนขึ้นมาถึงยอดเขาเทพปู้โจวอย่างยากลำบาก

ยอดเขาทะลุหมู่เมฆา เมิ่งเซียวคุกเข่าบนยอดเขา อ้าปากหอบหายใจ แสงตะวันอาบไล้ร่างเขา อาการบาดเจ็บตามร่างเขาหายดีแล้ว เขาใช้วิชาเวทชำระล้างร่างกาย เปลี่ยนไปสวมอาภรณ์สะอาดสะอ้าน แต่สภาพของเขาทรุดโทรมอย่างยิ่ง ใบหน้าซีดขาว ร่างกายโคลงเคลงจะล้มมิล้มแหล่

เมิ่งเซียวทอดสายตามองขึ้นไป เขาค่อยๆ ยกมือขวาขึ้น

เขาไม่เคยรู้สึกว่านภาอยู่ใกล้ตนเท่าวันนี้มาก่อน

เขากัดฟันกรอด เงยหน้าร้องตะโกน “ข้า เมิ่งเซียวจากเผ่ามนุษย์ ขอร้องเรียนแม่ทัพเทพสวรรค์ สังหารล้างบางทายาทชายหลายล้านคนในตระกูลของข้า ข่มเหงสตรีในตระกูลข้า เทพเซียนประพฤติตนไม่เป็นธรรม บรรพชนสวรรค์โปรดมอบความเป็นธรรมให้ข้าน้อยด้วย!”

ฟังจบแล้วถ้าใครอยากสนับสนุนช่องโดเนท ให้ช่องของเราเดินหน้าต่อได้เร็วขึ้น หรืออยากขอนิยาย
ช่องทางสนับสนุนช่องอยู่ใต้ลิงค์คลิปชั่นนะครับ