541-545

ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่นิยายระบบ ก่อนที่จะรับฟังช่วยกดไลค์และกด subscribe เป็นกำลังใจด้วยนะครับ
ระบบเซียนอมตะ
บทที่ 541ถึง545
หลี่เต้าคงลอยตัวอยู่กลางนภาสูง ทอดสายตามองออกไป เงากระบี่นับไม่ถ้วนกำลังบุกตะลุยไปทั่วสารทิศในโลกา ไล่ล่าสังหารมารสวรรค์ แออัดเนืองแน่น ตระการตาอย่างยิ่ง
หลี่เต้าคงได้เห็นฉากนี้แล้วหัวใจพลันเต้นรัว
“ที่แท้หมื่นกระบี่ก่อกำเนิดแข็งแกร่งถึงเพียงนี้…นี่คือพลังวิเศษมรรคกระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างแน่นอน เพียงแต่ข้ายังศึกษาไม่แตกฉานเท่านั้น”
หลี่เต้าคงพึมพำกับตัวเอง แววตาฉายแววฮึกเหิม
ในเวลานี้ ไม่ใช่เพียงเขาเท่านั้น ผู้ทรงพลังทั้งหมดในแดนเซียนล้วนถูกอานุภาพของหมื่นกระบี่ก่อกำเนิดทำให้ตกตะลึง
ณ ทะเลไร้ขอบเขต บนเกาะกลางทะเลแห่งหนึ่ง
หวงจุนเทียนยืนอยู่บนชายคา มองเงากระบี่ทั่วนภา ท่าทางตื่นเต้น
เขาจำเสียงนั้นได้!
“พลังวิเศษเช่นนี้ต้องเป็นระดับอริยะแน่นอน!”
ในใจหวงจุนเทียนปรีดาอย่างยิ่ง ตนไม่ได้มองคนผิดไปจริงๆ
โชคดีที่เขาเชื่อมั่นในตัวหานเจวี๋ยมาโดยตลอด มิเช่นนั้นหากทรยศหานเจวี๋ย ผลลัพธ์คงไม่อาจคาดคิด
เมื่อหมื่นกระบี่ก่อกำเนิดปรากฏ เวลาผ่านไปไม่ถึงสิบลมหายใจ ฟ้าดินก็เงียบสงัด
มารสวรรค์ในปวงสวรรค์หมื่นโลกาล้วนถูกกวาดล้างจนสิ้น กระบี่นับไม่ถ้วนร่วงดิ่งลงมา เขาสู่เขา เมฆาสู่เมฆา ทุกสิ่งกลับสู่สภาพเดิม
พลังของอริยะ ก็แข็งแกร่งเช่นนี้!
ภายในเขตเซียนร้อยคีรี
หานเจวี๋ยค่อยๆ ลดมือขวาลง
ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติ หากพลังศักดิ์สิทธิ์ของเขาสำแดงภายในขอบเขตมรรคาสวรรค์ จะเผชิญกับการต่อต้านจากมรรคาสวรรค์ แต่ยามนี้มรรคาสวรรค์ถูกมารสวรรค์คุกคาม ดวงชะตาลดฮวบ อีกทั้งเขาทำเพื่อกำจัดมารสวรรค์ที่คุกคามมรรคาสวรรค์ มรรคาสวรรค์ไหนเลยจะขัดขวาง
ล้างบางมารสวรรค์ในกระบวนท่าเดียว!
ในใจหานเจวี๋ยเฉยเมยไม่แยแส ถึงอย่างไรพวกนี้ก็เป็นเพียงปลาซิวปลาสร้อย
ศัตรูตัวฉกาจที่แท้จริงยังอยู่บนชั้นฟ้าที่สามสิบสาม
หานเจวี๋ยทอดสายตามองศิษย์นับล้านในเขตเซียนร้อยคีรี ใบหน้าของศิษย์ทุกคนล้วนฉายแววคึกคักเร่าร้อน
“กำจัดมารสวรรค์ในปวงสวรรค์หมื่นโลกาแล้ว นี่คือสิ่งที่พวกเจ้าต้องการใช่หรือไม่”
หานเจวี๋ยเปิดปากกล่าว วาจานี้ทำให้เหล่าศิษย์สำนักซ่อนเร้นรู้สึกตกตะลึงอีกครั้ง
เพิ่งผ่านไปเท่าไรกัน
เมื่อเผชิญหน้ากับคำถามจากหานเจวี๋ย ไม่มีผู้ใดกล้าตอบ ไม่ว่าใครก็ฟังออกว่าหานเจวี๋ยเตรียมจะอบรมพวกเขาอยู่
“เคราะห์ภัยแห่งมรรคาสวรรค์ไม่มีทางกำจัดทิ้งอย่างถาวรได้ วันนี้มารสวรรค์มา วันหน้าจะต้องมีเคราะห์ภัยที่แข็งแกร่งยิ่งกว่ามาแน่ หากพวกเจ้าอยากพิทักษ์มรรคาสวรรค์จริงๆ ก็ควรมานะฝึกบำเพ็ญ หากว่าศิษย์นับล้านในสำนักซ่อนเร้นของข้า ล้วนเป็นต้าหลัว มรรคาสวรรค์ไยจะไม่คงกระพันเล่า”
วาจาของหานเจวี๋ยดังสะท้อนอยู่ข้างหูเหล่าศิษย์นับล้าน พวกเขาได้ฟังก็รู้สึกละอาย
ฉู่ซื่อเหรินเองก็รู้สึกละอายใจเช่นกัน
พวกเขาคิดว่ามรรคาสวรรค์กำลังจะล่มสลาย แต่พอเห็นหานเจวี๋ยลงมือถึงได้รู้ว่า มหันตภัยล้างโลกานี้ในสายตาของผู้ทรงพลังเป็นเพียงการละเล่นของเด็กน้อยเท่านั้น
หานเจวี๋ยเอ่ยว่า “ไปเถอะ พวกเจ้าจงฝึกบำเพ็ญให้ดี เข้าร่วมสำนักซ่อนเร้นแล้วก็อย่าได้คิดฟุ้งซ่าน ผู้ที่ชุบเลี้ยงพวกเจ้ามิใช่มรรคาสวรรค์ แต่เป็นสำนักซ่อนเร้น”
จากนั้น หานเจวี๋ยก็หายตัวไปจากจุดเดิม กลับไปที่อารามเต๋า
หานเจวี๋ยนั่งสมาธิบนบัวดำล้างโลกสามสิบหกวัฏจักร เรียกดูตัวเลือกของตน เลือกตัวเลือกข้อแรก ออกจากการปิดด่าน สังหารมารสวรรค์
[ขณะนี้ยังกวาดล้างมารสวรรค์ไม่หมดสิ้น ไม่สามารถรับรางวัลได้]
หานเจวี๋ยถอนหายใจ ว่าแล้ว ยังคงต้องจัดการมารมรรคาสวรรค์ถึงจะใช้ได้
เขาซักถามในใจ ‘หากข้าไปช่วยสนับสนุนฉิวซีไหล ทุ่มสมาธิความสนใจและกำลังทั้งหมดไปกับการต่อสู้ จะตายหรือไม่’
[จำเป็นต้องหักอายุขัยหนึ่งหมื่นล้านปี จะดำเนินการต่อหรือไม่]
ดำเนินการต่อ!
[มีโอกาสตายหนึ่งเปอร์เซ็นต์]
หานเจวี๋ยขมวดคิ้ว
‘ข้าอยากรู้ว่าโอกาสหนึ่งเปอร์เซ็นต์มาจากอะไร’
[จำเป็นต้องหักอายุขัยหนึ่งหมื่นล้านปี จะดำเนินการต่อหรือไม่]
ดำเนินการต่อ!
[ท่ามกลางความมืดมิด มีร่างจำลองอีกสองตนของมารมรรคาสวรรค์ซ่อนเร้นอยู่ พลังไม่ด้อยไปกว่าตัวจริงเลย]
หานเจวี๋ยพลันกระจ่างแจ้งขึ้นมา
มีของอยู่บ้างนี่เอง
โชคดีที่ผู้เฒ่ามีระบบ มิเช่นนั้นก็อาจถูกร่างจำลองของมารมรรคาสวรรค์ลอบเล่นงานจริงๆ
หานเจวี๋ยเข้าสู่แบบจำลองการทดสอบอีกครั้ง ครั้งนี้ตั้งค่าให้มีมารมรรคาสวรรค์ห้าตนต่อสู้กับตัวเอง
เนื่องจากไม่ทราบรายละเอียดพลังวิเศษจากร่างจำลองทั้งสองของมารมรรคาสวรรค์ เขาจึงสร้างมารสวรรค์ขึ้นมาอีกสองตน หากว่าตนสามารถเอาชนะได้ เช่นนั้นก็ไม่ต้องเกรงกลัวร่างจำลองอีกสองตนแล้ว
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม หานเจวี๋ยลืมตาขึ้น พรูลมหายใจออกมา
ค่อยยังชั่ว
ฆ่าได้แค่ใช้เวลานานไปบ้าง
หานเจวี๋ยใช้แบบจำลองการทดสอบต่อ ร่างจำลองเทพมารทั้งเจ็ดสิบสี่ตนของเขามีความสามารถแตกต่างกันไป หากใช้ประสานกันให้ดี จะแสดงผลลัพธ์น่าอัศจรรย์ออกมา
ตอนนี้เขาเพียงต้องหากลยุทธ์ต่อสู้ที่สามารถสังหารมารมรรคาสวรรค์ทั้งห้าร่างได้โดยเร็ว
….
ณ ชั้นฟ้าที่สามสิบสาม เหล่าอริยะรวมตัวกันอยู่ในตำหนักใหญ่หลังหนึ่ง
เทพสูงสุดหนานจี๋สีหน้าบึ้งตึง เอ่ยเสียงขรึม “พวกเจ้าเห็นแล้วกระมัง พลังของเด็กคนนี้แกร่งกล้ากว่าพวกเราเสียอีก แต่ที่ผ่านมาไม่เคยลงมือเลย!”
ฝูซีเทียนเอ่ยว่า “อันที่จริงเขาไม่มีเหตุผลจำเป็นต้องลงมือเลย เขามิได้พิสูจน์มรรคโดยพึ่งพาดวงชะตามรรคาสวรรค์ แรงกุศลมรรคาสวรรค์บนตัวเขาถึงขั้นที่น้อยนิดยิ่ง”
แววตามหาจักรพรรดิเซียววูบไหว กล่าวว่า “ก่อนหน้านี้เขาน่าจะดูดซับแรงกรรมในแดนชำระบาปเก้าขุมนำมาพิสูจน์มรรค พลังศักดิ์สิทธิ์ของเขาทรงอานุภาพมหาศาลยิ่ง ทำลายล้างมารสวรรค์ได้ในทันที น่ากลัวจริงๆ ต่อให้พวกเราไม่ได้สละดวงชะตามรรคาสวรรค์ ถึงร่วมมือกันก็เกรงว่าคงมิใช่คู่ต่อสู้ของเขา”
เจ้านิกายเทียนเจวี๋ยมีสีหน้าเห็นด้วยอย่างที่หาได้ยาก
เดิมทีพวกเขาต้องก้มหัวให้ฉิวซีไหลแค่คนเดียว แต่ตอนนี้เพิ่มหานเจวี๋ยมาอีกคนแล้ว
“นอกจากนี้ พลังของหานเจวี๋ยสามารถพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขามิใช่เจ้าแดนต้องห้ามอันธการ เขาไม่จำเป็นต้องลอบสาปแช่งพวกเราเลย” มหาจักรพรรดิเซียวเอ่ยต่อ สายตากวาดมองไปที่อริยะอีกสามราย
เทพสูงสุดหนานจี๋รู้สึกโมโห แต่ก็ไม่อาจโต้แย้งได้
มีเหตุผลจริงๆ หากพวกเขามีพลังเช่นหานเจวี๋ย ไม่สบอารมณ์ผู้ใดขึ้นมา ยังจำเป็นต้องแอบสาปแช่งอีกหรือ
ก่อนหน้าที่เจ้านิกายเทียนเจวี๋ยประกาศกร้าวว่าจะทำลายล้างสำนักซ่อนเร้น หานเจวี๋ยมีเหตุผลให้ลงมือกับพวกเขา ไม่ต้องกลัวเลยว่าจะไม่มีเหตุผลเพียงพอให้ลงมือ
หากว่าหานเจวี๋ยมิใช่เจ้าแดนต้องห้ามอันธการ เช่นนั้นเจ้าแดนต้องห้ามอันธการเป็นผู้ใดอีกเล่า
มหาจักรพรรดิเซียวกล่าวว่า “หลี่มู่อีจากไปในช่วงเวลานี้ ดูมีพิรุธจริงๆ แต่สิ่งที่โจมตีโลกพันอนันต์มิใช่มารสวรรค์”
ฝูซีเทียนขมวดคิ้วเอ่ยว่า “ความหมายของเจ้าคือหลี่มู่อีเล่นละครเอาเองหรือ”
“ถูกต้อง เมื่อศึกนี้สิ้นสุดลงล้วนไม่นับว่าเป็นอริยะมรรคาสวรรค์ อีกส่วนฉิวซีไหลก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะต่อสู้กับมารมรรคาสวรรค์จนบาดเจ็บกันทั้งสองฝ่าย เมื่อหลี่มู่อีกลับมา ผู้ใดจะกล้าท้าทายเขาเล่า จนถึงตอนนี้ อันที่จริงมีอยู่คนหนึ่งที่ไม่เคยถูกเจ้าแดนต้องห้ามอันธการสาปแช่งเลย นั่นก็คือหลี่มู่อี”
มหาจักรพรรดิเซียวเอ่ยอย่างสงบนิ่งยิ่งนัก ทำให้คนยากจะคาดเดาความคิดในใจได้
เทพสูงสุดหนานจี๋และเจ้านิกายเทียนเจวี๋ยต่างเงียบงัน บังเอิญเกินไปแล้วจริงๆ!
ในเวลานี้เอง
มีเสียงดังสนั่นน่าพรั่นพรึงแว่วมาจากนอกตำหนัก
ท่ามกลางความโกลาหลพลันปรากฏการปริแตกออกเป็นรอยแยกช่องหนึ่ง มีแสงทองสายหนึ่งพุ่งออกมา เป็นฉิวซีไหล
ฉิวซีไหลในยามนี้น่าอนาถอย่างยิ่ง ร่างพุทธองค์สีทองเต็มไปด้วยรอยปริร้าว ราวกับพร้อมแตกเป็นเสี่ยงๆ ได้ทุกเมื่อ
“สหายเต๋าทั้งหลายรีบช่วยข้าที!”
ฉิวซีไหลเอ่ยด้วยความร้อนรน เมื่อสี่อริยะมรรคาสวรรค์ได้ยินก็เคลื่อนย้ายไปขวางอยู่ตรงหน้าฉิวซีไหลทันที
ปากหลุมมืดมิดราวกลับหลุมดำ ใหญ่โตอย่างยิ่ง ด้านในปรากฏดวงตาแดงฉานคู่หนึ่งขึ้น ใหญ่โตยิ่งกว่าตำหนักหลังใดของเหล่าอริยะบนชั้นฟ้าที่สามสิบสาม
มารมรรคาสวรรค์!
“อะไรกัน ผู้ช่วยของเจ้ามีแค่ตัวสวะสี่ตัวนี้หรือ”
เสียงหัวเราะเย็นยะเยือกแว่วออกมา เต็มไปด้วยเจตนาถากถาง
สี่อริยะพลันขุ่นข้อง พากันเรียกอาวุธวิเศษของตนออกมา
พวกเขาล้วนเป็นอริยะมรรคาสวรรค์ ไม่อาจหลีกหนีเช่นเดียวกับหานเจวี๋ยได้ ทำได้เพียงต่อสู้
หากปล่อยให้มารมรรคาสวรรค์เข่นฆ่าทะลวงสามสิบสามชั้นฟ้าไปได้ มรรคาสวรรค์ล่มสลาย พวกเขาก็ต้องตายอยู่ดี!
ฉิวซีไหลกัดฟันเอ่ย “มารสวรรค์ด้านในมากมายยิ่ง จำนวนมากกว่ามารสวรรค์ที่บุกทำลายล้างสรวงสวรรค์ ซ้ำยังมีตบะแก่กล้ากว่าทั้งสิ้น!”
ดวงตาเขาฉายแววหวาดหวั่นแวบหนึ่ง
เขาพยายามซ่อนเร้นไว้อย่างสุดกำลัง เขาจะกลัวไม่ได้
ถ้าเขากลัว มรรคาสวรรค์ต้องล่มสลายจริงๆ แน่!
ภายในปากหลุมมืดมิด ดวงตาของมารมรรคาสวรรค์พลันเลือนหายไป กรงเล็บมหึมาคู่หนึ่งยื่นออกมา คว้าปากหลุมดำทั้งสองฝั่ง ฉีกกระชากปากหลุมให้อ้าออก
เทพสูงสุดหนานจี๋ เจ้านิกายเทียนเจวี๋ย ฝูซีเทียน และมหาจักรพรรดิเซียวตื่นตระหนกสุดขีด
สภาพน่าอนาถของฉิวซีไหลสร้างความกดดันให้พวกเขามากมายยิ่ง
พวกเขาต่างลงมือ พลังเวทมหาศาลไร้ขอบเขตกลายเป็นคลื่นพลังสี่สายเข้าปะทะปากหลุมดำที่อยู่ห่างออกไป ทว่ากลับสร้างความเสียหายไม่ได้เลยแม้แต่เศษเสี้ยวเดียว
มารมรรคาสวรรค์ฉีกกระชากปากหลุมดำอย่างบ้าคลั่ง ดึงให้อ้าขยายอย่างรวดเร็ว
ศีรษะที่น่าเกลียดน่ากลัวของเขามุดออกมา ใบหน้าเต็มไปด้วยความหิวกระหาย แลบลิ้นยาวออกมานอกปาก กระตุ้นปราณฟ้าบุพกาลในชั้นฟ้าที่สามสิบสามให้ปั่นป่วน
เจ้านิกายเทียนเจวี๋ยฟันกระบี่ ปราณกระบี่เจิดจ้าพร่าตาสายหนึ่งพุ่งออกไป มุ่งตรงเข้าโจมตีศีรษะของมารมรรคาสวรรค์แทบจะในทันที
มารมรรคาสวรรค์พลันสูดหายใจเข้าคราหนึ่ง ดูดกลืนปราณกระบี่เข้าท้องไปตรงๆ
จากนั้น มารมรรคาสวรรค์พยายามมุดออกมาด้านนอกราวกับบ้าคลั่งไปแล้ว เสียงคำรามน่าสยดสยองดังก้องไปทั่วชั้นฟ้าที่สามสิบสาม สรรพสิ่งทั้งแดนเซียนต่างได้ยินเสียงแว่วเลือนราง
….
ภายในอารามเต๋า
หานเจวี๋ยลืมตาขึ้น เงยหน้ามองขึ้นไป เห็นมารมรรคาสวรรค์บุกเข้าสู่ชั้นฟ้าที่สามสิบสามพอดี ต่อสู้กับเหล่าอริยชน
เหล่าอริยชนมิใช่คู่ต้องสู้ของมารมรรคาสวรรค์เลย ทั้งหมดถูกสยบไว้อย่างสิ้นเชิง
มารสวรรค์หลั่งไหลออกมาจากปากหลุมดำด้านหลังมารมรรคาสวรรค์ไม่ขาดสาย ดูดุร้ายน่าพรั่นพรึง
มาอีกแล้วหรือ
หานเจวี๋ยเลิกคิ้ว เขาไม่ได้ออกโรงในทันใด ถือโอกาสยืมดาบสังหารคนได้พอดี
เหล่าอริยะวางแผนเล่นงานเขามาตลอด ได้ใช้โอกาสนี้กำราบให้รู้ซึ้งสักครา ไม่ถึงกับจะให้อริยะดับสูญ แต่อย่างน้อยก็ต้องการให้เหล่าอริยะบาดเจ็บสาหัส เพื่อความปลอดภัยในอนาคตอีกหลายปีข้างหน้าของเขา
หานเจวี๋ยใช้แบบจำลองการทดสอบต่อไป ค้นหายุทธวิถีต่อกร
ทุกครั้งที่จบการต่อสู้ เขาจะแหงนหน้ามองสถานการณ์เล็กน้อย สุดท้ายอริยะก็ยังเป็นอริยะ ต่อให้สู้ไม่ได้ ก็ไม่มีทางสิ้นชีพไปง่ายดายขนาดนั้น
อีกอย่างก็อยู่ในเขตมรรคาสวรรค์ ต่อให้สังขารแตกสลาย มรรคาสวรรค์ก็ฟื้นคืนชีพให้พวกเขาได้
คืนชีพซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ครึ่งปีผ่านไป
หานเจวี๋ยจำลองการทดสอบเสร็จสิ้นอีกครั้ง ระยะเวลาสังหารมารมรรคาสวรรค์ทั้งห้าลดลงเหลือเพียงหนึ่งก้านธูป นี่เป็นขีดจำกัดแล้ว
เขาแหงนหน้ามองขึ้นไปอีกครั้ง พบว่าจักรพรรดินีผืนพิภพก็รุดไปสมทบแล้ว
หากเป็นอริยะรายอื่น หานเจวี๋ยสามารถปล่อยให้ตายโดยไม่ช่วยเหลือได้ แต่จักรพรรดินีผืนพิภพมีไมตรีต่อเขา อีกทั้งสังสารวัฏก็จำเป็นต้องมีนาง หานเจวี๋ยไม่อาจปล่อยให้นางดับสูญได้
หานเจวี๋ยลุกขึ้นยืน ขยับตัวยืดเส้นยืดสาย
‘อีกเดี๋ยวไปดักซุ่มดูก่อน แล้วค่อยลอบโจมตี’
หานเจวี๋ยคิดเงียบๆ ในแบบจำลองการทดสอบ คู่ต่อสู้ที่ตั้งค่าไว้จะเข้าโจมตีผู้ท้าประลองตรงๆ เขาไม่มีโอกาสให้ลอบโจมตีเลย
แต่ในความเป็นจริง หากลอบโจมตีสำเร็จ บางทีระยะเวลาในการสังหารมารมรรคาสวรรค์อาจจะสั้นลงไปอีก
หลังจากยืดเส้นยืดสายเสร็จ หานเจวี๋ยก็กระโจนออกจากอาณาเขตเต๋าไปด้วยจิตใจตุ๊มๆ ต่อมๆ มาโผล่ ณ ชั้นฟ้าที่สามสิบสาม
เขาล่องหน แฝงเร้นอยู่ในความมืดมิด
มารมรรคาสวรรค์เผชิญกับการปิดล้อมโจมตีจากหมู่อริยชน ส่วนวงนอกของการต่อสู้มีมารสวรรค์นับไม่ถ้วนล่องลอยอยู่ มารสวรรค์เหล่านี้ไม่อาจเข้าประชิดตัวอริยะได้ แต่ถึงแม้เข้าใกล้แล้วจะแตกสลาย พวกเขาก็ยังคงโถมเข้าใส่จากทั้งหน้าหลังอยู่ดี
อาณาเขตสนามรบครอบคลุมพื้นที่ร้อยล้านลี้ ทุกหนแห่งล้วนเต็มไปด้วยมารสวรรค์ หานเจวี๋ยจำเป็นต้องค้นหาทิศทางต่อไป
เขาค่อยๆ คืบคลานไปทางด้านหลังของมารมรรคาสวรรค์
มารสวรรค์ตายแล้วฟื้นได้ หานเจวี๋ยจำเป็นต้องใช้พลังของเทพมารสุญตาและเทพมารกลืนกินกำจัดพวกเขา
เทพมารสุญตาสลายมารสวรรค์ให้กลายเป็นความว่างเปล่า เทพมารกลืนกินเขมือบกลืนมารสวรรค์เข้าไปตรงๆ ทั้งสองร่างจำลองต่างสามารถกำจัดมารสวรรค์ได้โดยตรง
มารมรรคาสวรรค์แข็งแกร่งกว่ามารสวรรค์ทั่วไป แม้ว่าหานเจวี๋ยจะผสานพลังจากสองร่างจำลองเข้าด้วยกัน ก็ไม่สามารถสังหารมารมรรคาสวรรค์ในเสี้ยววินาทีได้ ทำได้เพียงสะกดตรึงไว้ เพื่อให้สังหารมารมรรคาสวรรค์ได้
ตูม…
เทพสูงสุดหนานจี๋ถูกมารมรรคาสวรรค์โจมตีอีกครั้ง วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของเขาหลบหนีอย่างรวดเร็ว เสาแสงสายหนึ่งส่องลงมาจากฟากฟ้า สาดส่องวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ดวงนี้ ก่อร่างสร้างสังขารขึ้นมาใหม่ในทันใด
อริยะรายอื่นต่อสู้ต่อไป แม้แต่ฉิวซีไหลก็เข้าร่วมการต่อสู้เช่นกัน
จักรพรรดินีผืนพิภพรั้งอยู่ด้านหลังอริยะรายอื่นๆ มือขวากุมคฑายาวเล่มหนึ่ง กวัดแกว่งอย่างต่อเนื่อง แสงรุ้งเจ็ดสีส่องพร่างพราว ชักนำดวงชะตามรรคาสวรรค์ถ่ายทอดเข้าสู่ร่างของอริยะ
นี่คือ…
สายสนับสนุนสินะ
หานเจวี๋ยได้เห็นฉากนี้ ได้แต่บ่นอุบอิบกับตัวเอง
เขาแปลงกายเป็นมารสวรรค์ มุ่งเข้าใกล้มารมรรคาสวรรค์อย่างเงียบเชียบ
เขาใช้พลังของเทพมารอำพราง ดูเหมือนมารสวรรค์จริงๆ ทำให้เหล่ามารสวรรค์ไม่ทันสังเกต
“ไม่ไหว! พวกเราไม่มีทางต้านไว้ได้!”
มหาจักรพรรดิเซียวถ่ายทอดเสียง ในหมู่อริยชนสามารถถ่ายทอดเสียงผ่านจิตศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อมโยงกันได้ ไม่ต้องอ้าปากพูดก็สื่อสารกันได้สะดวกยิ่ง
เจ้านิกายเทียนเจวี๋ยกัดฟัน ถ่ายทอดเสียงว่า “ต้านไม่ไหวก็ต้องต้านให้ได้! พวกเราอับจนหนทาง! ไม่มีทางเลือกแล้ว!”
แววตาฉิวซีไหลก็เด็ดเดี่ยวอย่างยิ่งเช่นกัน วินาทีนั้น เขาลืมเลือนความหวาดกลัวไปแล้ว
หากอริยะมรรคาสวรรค์ออกห่างจากมรรคาสวรรค์ ก็ต้องตาย!
พวกเขาทำได้เพียงสู้ต่อไป!
จักรพรรดินีผืนพิภพมองร่างกายน่าหวาดผวาและทรงพลังของมารมรรคาสวรรค์ แววตานางเต็มไปด้วยความพรั่นพรึง
ความน่ากลัวของมารมรรคาสวรรค์เป็นสิ่งที่สามารถรับรู้ด้วยตาเปล่าได้ ในชั้นฟ้าที่สามสิบสาม ร่างกายของเขาสูงใหญ่จนไม่อาจหยั่งวัดได้ ราวกับเมื่ออยู่ต่อหน้าเขาทุกสรรพสิ่งล้วนเป็นเพียงตัวตนกระจ้อยร่อย
เหล่าอริยะทุ่มพลังต่อสู้ ทว่าในใจกลับสิ้นหวังขึ้นเรื่อยๆ
ตอนนี้ความหวังเพียงหนึ่งเดียวของพวกเขาก็คือปรมาจารย์ลัญจกรสรวง!
หวังว่าปรมาจารย์ลัญจกรสรวงจะกลับมาทันเวลา!
ทว่าทุกครั้งที่ปรมาจารย์ลัญจกรสรวงออกไปถกมรรค ล้วนกินเวลานับล้านปีขึ้นไป แล้วนี่เพิ่งจะผ่านมากี่ปีกันเล่าโน!วลกูดoทคอม
พวกเขาได้แต่ภาวนาให้ปรมาจารย์ลัญจกรสรวงรับรู้ถึงอันตรายที่เกิดขึ้นกับมรรคาสวรรค์
“พวกเจ้ากลัวเช่นนั้นหรือ นี่น่ะหรือพลังของอริยะมรรคาสวรรค์”
“ในบรรดาความอาฆาตพยาบาทที่ข้าดูดซับ มีวิญญาณอาฆาตมากมายที่เปี่ยมด้วยความเคารพศรัทธาต่ออริยะ หากพวกเขารู้ว่าอริยะอ่อนด้อยเช่นนี้ จะคิดอย่างไรเล่า”
มารมรรคาสวรรค์หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง น้ำเสียงเต็มไปด้วยเจตนาสังหาร
เหล่าอริยชนต่อสู้อย่างเงียบงัน ไม่ต่อปากต่อคำ
ในเวลานี้เอง
จู่ๆ มารมรรคาสวรรค์สัมผัสถึงบางอย่างได้ หันกลับไปทันที
หานเจวี๋ยอยู่ห่างจากเขาในระยะหมื่นลี้แล้ว
ระยะหมื่นลี้สำหรับมนุษย์ธรรมดาเรียกได้ว่าห่างไกลสุดขีด แต่สำหรับพวกเขา นี่เป็นระยะอันตรายอย่างยิ่งแล้ว
ทันทีที่มารมรรคาสวรรค์เหลียวมอง หานเจวี๋ยก็เผยร่างเดิมออกมาในทันใด กระตุ้นยอดสมบัติทั่วร่าง แผ่แสงเทพเจิดจ้าพร่าตา ร่างจำลองเทพมารสองตนพลันพุ่งออกมาจากร่างของหานเจวี๋ย โผเข้าหามารมรรคาสวรรค์
เทพมารสุญตา!
เทพมารกลืนกิน!
ต่างก็อยู่ในสภาพของเงาดำ
เทพมารสุญตาเข้าพัวพันมารมรรคาสวรรค์ด้วยความเร็วสูงสุด เทพมารกลืนกินโถมเข้าใส่มารมรรคาสวรรค์โดยตรง อ้าปากงับศีรษะใหญ่โตมโหฬารในคำเดียว
หานเจวี๋ยกางสองแขนออก ร่างจำลองเทพมารอีกเจ็ดสิบสองตนที่เหลือระเบิดออกมาพร้อมกัน วินาทีนั้น ห้วงนภาเวิ้งว้างแห่งนี้พลันถูกบดบังด้วยเงาร่างน่าพรั่นพรึงทรงพลังทั้งเจ็ดสิบสองร่าง
ร่างจำลองเทพมารทั้งเจ็ดสิบสองตนเข้าปิดล้อมมารสวรรค์ พากันโจมตีใส่!
เทพมารขุนพลสวรรค์ซัดสองหมัดออกไปด้วยความพิโรธ กระแสหมัดกวาดซัดมารสวรรค์นับหมื่น ทะลวงผ่านท้องมารสวรรค์
เทพมารเงาไพศาลจำแลงเป็นเงาร่างเทพมารนับไม่ถ้วน ตะลุยเข่นฆ่ามารสวรรค์ไปทั่วสารทิศ
เทพมารเยือกแข็งซัดฝ่ามือออกไป พลังเยือกแข็งแผ่ลามแช่แข็งห้วงอวกาศอันโกลาหล แม้แต่อาณาเขตเต๋าของเหล่าอริยะก็ถูกแช่แข็งไปด้วย
เทพมารลมปราณพัดสลายปราณฟ้าบุพกาล ทำให้ในสนามรบศึกเทพมารเหลือเพียงมารสวรรค์และร่างจำลองเทพมารต่างๆ
ร่างจำลองส่วนที่เหลือต่างสำแดงมหามรรคของตนออกมา กวาดล้างมารสวรรค์อย่างบ้าคลั่ง
เทพสูงสุดหนานจี๋ เจ้านิกายเทียนเจวี๋ย มหาจักรพรรดิเซียว ฉิวซีไหลและจักรพรรดินีผืนพิภพทั้งหมดล้วนตกตะลึงตาค้าง พูดไม่ออกเลยแม้แต่น้อย
“นี่…”
ร่างกายฉิวซีไหลสั่นสะท้าน ไม่อยากเชื่อสายตาตน
เขาทราบว่าหานเจวี๋ยแข็งแกร่งยิ่ง แต่ไม่คิดว่าจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้!
มารมรรคาสวรรค์ที่อยู่เหนือกฎเกณฑ์สวรรค์ถูกหานเจวี๋ยสยบไว้ตรงๆ ดิ้นรนไม่ได้ ได้แต่รอรับทัณฑ์ประหารจากหานเจวี๋ย!
เป็นไปได้อย่างไร!
มิใช่ว่าเขาเพิ่งพิสูจน์มรรคหรอกหรือ
อาศัยสิ่งใดจึงแข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้
หานเจวี๋ยเมินเฉยต่อสีหน้าท่าทางของอริยะ ทุ่มสมาธิต่อสู้ ป้องกันไม่ให้ร่างจำลองทั้งสองร่างของมารมรรคาสวรรค์ลอบโจมตีเขา
เมื่อถูกพลังมหามรรคของร่างจำลองเทพมารทั้งเจ็ดสิบสี่ตนสะกดข่ม มารมรรคาสวรรค์ไม่อาจต่อต้านได้อย่างสิ้นเชิง
ร่างกายของมารมรรคาสวรรค์ถูกฉีกกระจุย จากนั้นก็ฟื้นฟูกลับมาอย่างรวดเร็ว วนเวียนซ้ำๆ ในกระบวนการนี้ กลิ่นอายของเขาอ่อนจางลงอย่างรวดเร็ว
ขอเพียงสะกดข่มไว้ได้ เช่นนั้นมารมรรคาสวรรค์ก็ได้แต่รอคอยความตายแล้ว!
แม้ว่าจะทราบถึงจุดนี้ดี หานเจวี๋ยก็ไม่กล้าวางใจ
ชั้นฟ้าที่สามสิบสามถูกแช่แข็ง ทอดสายตามองออกไป เห็นเป็นน้ำแข็งสีฟ้าเข้มทั้งสิ้น มารสวรรค์นับไม่ถ้วนกำลังดิ้นรน อยากทำลายน้ำแข็งออกมา แต่นอกจากมารมรรคาสวรรค์แล้ว มารสวรรค์ที่เหลือไหนเลยจะต่อต้านพลังเวทมหาศาลของหานเจวี๋ยได้
หานเจวี๋ยค่อยๆ ลอยสูงขึ้นไป จนมาถึงห้วงอวกาศเหนือร่างจำลองเทพมารทั้งหมด หลุบตามองฉากสงครามนี้ จิตศักดิ์สิทธิ์ของเขากวาดไปทั่วสารทิศ เฝ้าระวังร่างจำลองสองตนนั้นของมารมรรคาสวรรค์
พลังมหามรรคแต่ละชนิดเข้าท่วมทับร่างกายมารมรรคาสวรรค์ที่เริ่มผุกร่อน แสงเจิดจ้าหลากสีแยงนัยน์ตา ส่องกระทบทุ่งน้ำแข็งแห่งชั้นฟ้าที่สามสิบสามวูบไหวพราวระยับ ทั่วทั้งชั้นฟ้าที่สามสิบสามตกอยู่ในปรากฏการณ์แปลกประหลาดลึกลับดั่งภาพมายาฉากหนึ่ง
เหล่าอริยะไม่ได้ผ่อนคลายการเฝ้าระวังลงเลย ต่างก็ตื่นตัวเต็มกำลัง จ้องมองมารมรรคาสวรรค์เขม็ง หวาดกลัวว่าจู่ๆ มารมรรคาสวรรค์จะระบิดพลังออกมา
ความสามารถในการเยียวยาตัวเองของมารมรรคาสวรรค์เหนือกว่ามารสวรรค์ตนอื่น ร่างกายฟื้นฟูกลับมาอยู่ตลอด ความเร็วในการกัดกินของเทพมารกลืนกินตามความเร็วในการฟื้นฟูของเขาไม่ทัน
ผ่านไปราวๆ สามสิบลมหายใจแล้ว!
สถานการณ์พลันเกิดความเปลี่ยนแปลง!
หานเจวี๋ยสัมผัสได้ว่ามีเจตนาสังหารอันแกร่งกล้าสองสายพุ่งโจมตีเข้ามาจากด้านข้าง เขาเคลื่อนย้ายทันที หลบหลีกได้สบายๆ
เขาหันไปมอง เห็นมารมรรคาสวรรค์สองตนพุ่งชนกันเอง พวกเขาดูไม่ต่างไปจากมารมรรคาสวรรค์ตัวจริงเลย
เหล่าอริยชนเบิกตากว้าง มารมรรคาสวรรค์มิได้มีตนเดียวหรือ
ฉิวซีไหลตกตะลึงยิ่งกว่า ที่ผ่านมาเขาไม่เคยเห็นร่างจำลองสองตนนี้ของมารมรรคาสวรรค์เลย
หากว่าตอนนี้ร่างจำลองสองตนนี้โผล่ออกมาด้วย…
ฉิวซีไหลไม่กล้าคิดต่ออีก รู้สึกเพียงว่าขนลุกชูชัน ในใจเต็มไปด้วยความหวาดผวา
ร่างจำลองเทพมารทั้งเจ็ดสิบตนรุมทำลายมารมรรคาสวรรค์ต่อไป ส่วนหานเจวี๋ยหมุนกาย หันไปเตรียมรับมือกับร่างจำลองสองตนนั้นของมารมรรคาสวรรค์
ร่างจำลองเสรีสุญญตาเป็นเพียงหนึ่งในกลยุทธ์ของเขาเท่านั้น แต่เขามิได้หวังพึ่งเพียงร่างจำลองตนนี้อย่างเดียว
หานเจวี๋ยชูมือขวาขึ้น กระบี่พิพากษาอนธการปรากฏขึ้นในมือ
เขาโบกมือขวาคราหนึ่ง คมกระบี่สั่นไหวก่อเกิดเงา เงากระบี่นับไม่ถ้วนพุ่งโจมตีสังหาร เสมือนดอกบัวสีขาวเงินยวงขนาดมหึมาบานแย้ม งามพิลาสตระการตา
พลังวิเศษและปราณกระบี่ช่างเลิศล้ำนัก!
ร่างจำลองมารมรรคาสวรรค์ตนหนึ่งพลันถลาเข้ามา อ้าปากกว้างแดงฉาน พ่นไอพยาบาทน่าหวาดหวั่นออกมา สีแดงก่ำน่าสยดสยอง ดั่งสายนทีที่ไหลท่วมไปถึงฟากฟ้า ข้ามผ่านกาลเวลา
ตูม!
ปราณกระบี่ทรงพลังปะทะกับสายนทีไอพยาบาท เกิดเป็นพายุโหมกระโชกรุนแรง ไหวสะเทือนไปทั่วรัศมีทุ่งน้ำแข็งร้อยล้านลี้
หานเจวี๋ยเลิกคิ้ว เจ้าตัวนี้มีฝีมืออยู่บ้าง
ไอพยายาทนี้มีฤทธิ์กัดกร่อนยิ่ง แม้แต่ปราณกระบี่ของเขาก็ถูกกร่อนจนสลายไปหมด
หานเจวี๋ยเรียกบัวดำล้างโลกสามสิบหกวัฏจักรออกมาซัดใส่ร่างจำลองมารมรรคาสวรรค์
ไอพยาบาทเข้มข้นที่มารมรรคาสวรรค์พ่นออกมาถูกบัวดำล้างโลกสามสิบหกวัฏจักรดูดซับเข้าไปทันที บัวดำล้างโลกสามสิบหกวัฏจักรรุกคืบเข้าหาไอพยาบาทมหาศาลเข้าใกล้มารมรรคาสวรรค์อย่างรวดเร็ว
ร่างจำลองมารมรรคาสวรรค์อีกตนเลือนหายไปในทันใด ฉับพลันก็ปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศด้านหลังหานเจวี๋ย
วินาทีนั้น หานเจวี๋ยสัมผัสได้ว่าห้วงอวกาศรอบกายหยุดชะงัก พลังกดดันอันแรงกล้าหลั่งไหลเข้ามาจากทั่วทิศ
หานเจวี๋ยสำแดงเงาเทพมหาวิวัฒน์ แยกร่างเงาเทพออกมาเก้าร่าง แต่ละร่างมุ่งเข้าสังหารร่างจำลองมารมรรคาสวรรค์ตนที่สอง
ร่างจำลองมารมรรคาสวรรค์ตนที่สองดวงตาเบิกโพลง ห้วงอวกาศอันโกลาหลไหวกระเพื่อมขึ้นมาชนิดที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ความเร็วของเงาเทพมหาวิวัฒน์เก้าสายพลันเชื่องช้าลง
‘ตัวหนึ่งสำแดงไอพยาบาทได้ ส่วนอีกตัวแช่แข็งห้วงมิติได้ ความสามารถแตกต่างกันไป น่าจะต่างกับร่างจริงด้วย’
หานเจวี๋ยคิดเงียบๆ เขามิได้ตื่นตระหนกเลย
กลิ่นอายของมารมรรคาสวรรค์ตัวจริงอ่อนแอลงเรื่อยๆ ใกล้จะต้านร่างจำลองเสรีสุญญตาไม่อยู่แล้ว รอจนเขาตาย ร่างจำลองมารสองตนย่อมไม่ควรค่าให้กริ่งเกรงอีก
เวลานี้ เหล่าอริยชนพากันออกโรง เข้าพัวพันร่างจำลองเทพมารตนที่สองไว้
พวกเขามองออกแล้ว บัวดำล้างโลกสามสิบหกวัฏจักรของหานเจวี๋ยสะกดร่างจำลองมารมรรคาสวรรค์ตนแรกไว้ ดังนั้นถึงสามารถพัวพันร่างจำลองมารมรรคาสวรรค์ตนที่สองได้
หานเจวี๋ยควบคุมบัวดำล้างโลกสามสิบหกวัฏจักรให้ผนึกร่างจำลองมารมรรคาสวรรค์ตนแรกแทบจะเบ็ดเสร็จสมบูรณ์แล้ว ไม่ว่าร่างจำลองมารมรรคาสวรรค์ตนแรกจะสำแดงพลังวิเศษระดับไหนออกมา บัวดำล้างโลกสามสิบหกวัฏจักรก็สามารถดูดซับไว้ได้โดยสมบูรณ์
ตูม!
ร่างจริงของมารมรรคาสวรรค์แหลกละเอียด แต่วินาทีต่อมา สองขาของเขาก็ฟื้นฟูกลับมา
แต่สองขาไม่เพียงพอจะค้ำจุนให้เขาพลิกกลับมาเอาชนะได้
“เจ้าเป็นใครกันแน่…”
เสียงที่เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นของมารมรรคาสวรรค์แว่วดังขึ้น
หานเจวี๋ยไม่ได้ตอบกลับ
ทันใดนั้นเอง
ดวงจิตประหลาดลอยออกมาจากบัวดำล้างโลกสามสิบหกวัฏจักร เหล่าอริยชนล้วนมองไม่เห็นดวงจิตประหลาด แต่มารมรรคาสวรรค์มองเห็น
“ไม่…”
มารมรรคาสวรรค์กรีดร้องด้วยความหวาดผวา ดวงจิตประหลาดพุ่งเข้าไป หานเจวี๋ยควบคุมร่างจำลองเทพมารอย่างแม่นยำ ไม่เผลอทำร้ายถูกดวงจิตประหลาด пᴏveʟɢᴜ.cᴏᴍ
สองขาของมารมรรคาสวรรค์ถูกกัดกินอีกครั้ง กลายเป็นเถ้าธุลีปลิดปลิว เขาพลันก่อตัวเป็นดวงแสงสีดำ คิดจะหลบหนี
ดวงจิตประหลาดเหาะตามไป เขมือบกลืนกลุ่มแสงสีดำ
ร่างจำลองมารมรรคาสวรรค์สองตนที่เหลือกรีดร้องโหยหวน สลายเป็นเถ้าธุลีปลิวว่อน
มารสวรรค์ที่ถูกแช่แข็งอยู่ในทุ่งน้ำแข็งกว้างไกลร้อยล้านลี้ก็สลายกลายเป็นเถ้าธุลีเช่นกัน
ชั้นฟ้าที่สามสิบสามพลันตกอยู่ในความเงียบสงัด
หานเจวี๋ยมิได้ผ่อนคลายลงเลย อีกทั้งเคลื่อนย้ายไปทั่วชั้นฟ้าที่สามสิบสามอย่างรวดเร็ว ใช้แบบจำลองการทดสอบตรวจหาศัตรูผู้แข็งแกร่งในบริเวณรอบข้างอย่างต่อเนื่อง
เหล่าอริยชนตกตะลึง มองเขาด้วยความประหม่า ไม่ทราบว่าเขาทำอะไรอยู่
หรือว่ามารมรรคาสวรรค์จะยังไม่ตายอย่างสมบูรณ์
[ท่านได้ทำลายล้างมารสวรรค์จนหมดสิ้น ได้รับชิ้นส่วนมหามรรคหนึ่งชิ้น ยอดสมบัติหนึ่งชิ้น โอกาสเปิดใช้ความสามารถใหม่ของระบบหนึ่งครั้ง]
[ยินดีด้วยท่านได้รับสุดยอดสมบัติเสรี ใจหยกองครักษ์มารสวรรค์]
[ใจหยกองครักษ์มารสวรรค์: ยอดสมบัติเสรี พลังป้องกันแกร่งกล้าสุดขีด สามารถอัญเชิญมารสวรรค์มาปกป้องได้ สามารถป้องกันการโจมตีจากอริยะเสรีได้หนึ่งครั้ง]
[ยินดีด้วยท่านเปิดใช้ความสามารถใหม่ของระบบ…คุกสวรรค์อนธการ]
[คุกสวรรค์อนธการ: ติดตั้งไว้ในอาณาเขตเต๋าเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นตัวตนระดับไหนหากถูกจองจำไว้ ระยะเวลาในการจองจำจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับระดับตบะ จะจองจำไปจนกระทั่งตกเป็นทาสของเจ้าอาณาเขตเต๋า ความเป็นความตายขึ้นอยู่กับเจ้าอาณาเขตเต๋า คุกสวรรค์อนธการสามารถจองจำสิ่งมีชีวิตได้ครั้งละหนึ่งตัวตนเท่านั้น]
หานเจวี๋ยไม่ได้สนใจตัวอักษรแต่ละแถวที่เด้งขึ้นมาตรงหน้า เขาเคลื่อนย้ายไปมา วนทั่วชั้นฟ้าที่สามสิบสาม หลังจากแน่ใจแล้วว่าไม่มีศัตรูผู้แข็งแกร่ง ถึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งออก
เขาทิ้งท้ายไว้ประโยคหนึ่งแล้วจากไป “มหันตภัยมารสวรรค์คลี่คลายแล้ว สหายเต๋าทุกท่านวางใจได้แล้ว!”
หานเจวี๋ยเก็บดวงจิตประหลาด เคลื่อนย้ายกลับไปที่อาณาเขตเต๋าทันที
เมื่อกลับถึงอารามเต๋า หานเจวี๋ยยังคงรู้สึกประหม่าอย่างยิ่ง
ในที่สุดก็จัดการได้!
น่าตื่นเต้นมากจริงๆ!
ต้องกล่าวเลยว่า ที่ศึกครั้งนี้ผ่อนคลายถึงเพียงนี้ อริยะรายอื่นก็มีส่วนช่วยไม่น้อยเช่นกัน
ความประทับใจที่หานเจวี๋ยมีต่อเหล่าอริยชนดีขึ้นมาบ้าง แต่ก็แค่ดีขึ้นมาบ้าง ไม่ได้คลายความระแวงลง
เวลานี้เอง เสียงกึกก้องกังวานเสียงหนึ่งแว่วดังไปทั่วปวงสวรรค์หมื่นโลกา
“มหันตภัยมารสวรรค์คลี่คลายแล้ว มหันตภัยครั้งนี้โชคดีที่เจ้าสำนักซ่อนเร้นลงมือช่วยเหลือ ตัวข้าฉิวซีไหล ในนามของเจ้าสำนักเต๋าและมรรคาสวรรค์ขอประกาศเกียรติคุณให้เจ้าสำนักซ่อนเร้นเป็นอริยะสวรรค์เกรียงไกรเปี่ยมกุศล หวังว่าสรรพสิ่งจะจดจำบุญคุณของเขาไว้ นับจากนี้ไป สำนักเต๋าจะเชื่อมไมตรีกับสำนักซ่อนเร้น ละทิ้งบุญคุณความแค้นในอดีต!”
หลังจากหานเจวี๋ยได้ฟังก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึง
นี่ออกจะ…
เหนือความคาดหมายอยู่บ้าง แต่พอไตร่ตรองดู ก็นับว่าสมเหตุสมผลดี
เหล่าอริยชนไม่กล้ามาหาเรื่องหานเจวี๋ยแน่นอน มิสู้ประจบเอาใจเขาสักหน่อยดีกว่า ใช้เหตุนี้สะสางบุญคุณความแค้น ถือโอกาสแสดงน้ำใจ ทั้งยังได้อโหสิกรรม ช่างสมเป็นอริยะเสียจริงๆ
หานเจวี๋ยให้ความสนใจกับยอดสมบัติที่ได้รับมาใหม่
ใจหยกองครักษ์มารสวรรค์ ยอดสมบัติเสรี แข็งแกร่งกว่าระดับมรรคาสวรรค์
เขานำออกมา เริ่มทำให้จดจำเจ้าของ
เขาทำให้สมบัติจดจำเจ้าของพลางตรวจดูความสามารถใหม่ของระบบไปด้วย
คุกสวรรค์อนธการ!
ของเล่นนี้น่าสนใจอยู่บ้าง
สามารถสยบศัตรูที่แข็งแกร่ง ทำให้กลายเป็นทาสของตนได้
หานเจวี๋ยบังเกิดความคิดอาจหาญอย่างหนึ่งขึ้น หรือควรไปหลอกล่อผู้ทรงพลังเข้ามา แสร้งทำเป็นถกมรรค ถ่วงเวลาเอาไว้ จากนั้นก็สยบอีกฝ่ายให้ศิโรราบอย่างเงียบเชียบดีหรือไม่นะ
ใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง คิดว่าน่าจะใช้ไม่ได้ ถึงอย่างไรระบบก็จะปรับเปลี่ยนปณิธาน ในขั้นตอนนี้จะไม่สังเกตเห็นได้อย่างไร
[โปรดเลือกตำแหน่งสำหรับติดตั้งคุกสวรรค์อนธการ]
แผนที่เสมือนจริงของอาณาเขตเต๋าปรากฏขึ้นตรงหน้าหานเจวี๋ย ตามด้วยแผนที่ภูมิประเทศทั่วเขตเซียนร้อยคีรี แผนที่ทั้งสองแผ่นซ้อนทับกัน
หานเจวี๋ยเลือกติดตั้งคุกสวรรค์อนธการไว้ในอารามเต๋าของตน
แบบนี้ปลอดภัยที่สุด เขาจะได้จับตามองด้วยตัวเอง
[ติดตั้งคุกสวรรค์อนธการสำเร็จ]
หานเจวี๋ยมองไปรอบๆ ไม่รู้สึกว่ามีตรงไหนแปลกไปเลย
ต้องหาหนูทดลองมาสักคน
จับใครดีล่ะ
หานเจวี๋ยนึกถึงบรรพจารย์ซานชิงเป็นลำดับแรก
คนผู้นี้เป็นอมตะในอาณาเขตมรรคาสวรรค์ ใช้เป็นตัวทดลองได้ดีที่สุด!
ดูเหมือนหลี่มู่อีจะไม่อยู่ในขอบเขตมรรคาสวรรค์ ได้โอกาสพอดี!
ตูม!
จู่ๆ เขตเซียนร้อยคีรีพลันสั่นไหวอย่างรุนแรง ลำแสงเจิดจ้าแยงตาดิ่งลงมาจากฟากฟ้า ส่องทะลุอาณาเขตเต๋า ส่องลงบนร่างหานเจวี๋ย
แรงกุศลมรรคาสวรรค์!
สำหรับพลังที่มิใช่การโจมตีเช่นนี้ โดยทั่วไปแล้วอาณาเขตเต๋าจะไม่สกัดขวาง
หานเจวี๋ยเก็บแรงกุศลมรรคาสวรรค์ทั้งหมดเอาไว้ ไม่ได้ดูดซับเข้าไปทันที
เขาต้องการแรงกุศลมรรคาสวรรค์ แต่สามารถเก็บเอาไว้ในมุมหนึ่งของโลกอนธการได้
‘ช้าก่อน ข้าสามารถอาศัยแรงกุศลมรรคาสวรรค์แทรกซึมเข้าไปในแดนเซียนได้’
ดวงตาหานเจวี๋ยส่องประกาย พลันบังเกิดความคิดใจกล้าอย่างหนึ่งขึ้น
ทำให้ใจหยกองครักษ์มารสวรรค์จดจำเจ้าของก่อนแล้วค่อยว่ากัน!
….
ทางตอนใต้ของแดนเซียน กลางทิวเขาที่ทอดตัวยาวอย่างต่อเนื่อง มีอารามเต๋าหลังหนึ่งตั้งอยู่บนเนินเขา หน้าประตูมีกระถางสัมฤทธิ์ใบใหญ่ตั้งอยู่ ควันธูปลอยอ้อยอิ่ง
หานเจวี๋ยปรากฏตัวขึ้นในทันใด รอบกายเขาห่อหุ้มไปด้วยแสงรุ้งพรายเจ็ดสี สิ่งนี้คือแรงกุศลมรรคาสวรรค์
มีแรงกุศลมรรคาสวรรค์ห่อหุ้มกาย หานเจวี๋ยไม่มีทางเผชิญกับการขับไล่จากมรรคาสวรรค์
เขามองไปที่อารามเต๋า ดึงตัวบรรพจารย์ซานชิงในอารามเต๋าเข้าแขนเสื้อมาตรงๆ จากนั้นก็ไหวกายคราหนึ่ง กลับไปที่เขตเซียนร้อยคีรีอีกครั้ง
ภายในอารามเต๋า
หานเจวี๋ยปล่อยบรรพจารย์ซานชิงออกมา ไม่รอให้บรรพจารย์ซานชิงอ้าปากพูด มือเขาแผ่พลังเวทอย่างรวดเร็ว สะกดมรรคผลของบรรพจารย์ซานชิง ผนึกพลังเวทเขาเอาไว้
บรรพจารย์ซานชิงขยับตัวไม่ได้ เบิกตากว้างด้วยความตกใจ
“เกิดอะไรขึ้น”
บรรพจารย์ซานชิงตระหนกอยู่ในใจ ความหวาดกลัวที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนผุดขึ้นในหัวใจ
เป็นครั้งแรกที่เขาเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้
ต่อให้เป็นอริยะ ก็ไม่สามารถเข้าไปจับตัวเขาในแดนเซียนได้
เว้นแต่อีกฝ่ายจะเป็นตัวตนที่แข็งแกร่งกว่าอริยะมรรคาสวรรค์เท่านั้น!
เขาเคยได้ยินหลี่มู่อีบอกว่า มีตัวตนที่ร้ายกาจกว่าอริยะมรรคาสวรรค์อยู่จริงๆ
หานเจวี๋ยเปิดใช้งานคุกสวรรค์อนธการอย่างเงียบเชียบ
[เริ่มการจองจำ]
บรรพจารย์ซานชิงจ้องหานเจวี๋ยอย่างเอาเป็นเอาตาย
หานเจวี๋ยเอ่ยด้วยรอยยิ้มสงบราบเรียบ “อยู่เป็นแขกสักระยะเถอะ ถกมรรคกัน”
บรรพจารย์ซานชิงไม่สามารถอ้าปากเอ่ยวาจาได้ ทำได้เพียงใช้กระแสจิตสอบถามว่าหานเจวี๋ยเป็นใคร
“เจ้าเคยมาที่นี่แล้ว แต่ปราชัยไปเท่านั้น”
“เขตเซียนร้อยคีรี เจ้าคือเจ้าสำนักซ่อนเร้นอย่างนั้นหรือ”
“อืม”
“เจ้าจองจำข้าด้วยเหตุใด”
“ต่อไปเจ้าจะรู้เอง”
บรรพจารย์ซานชิงเงียบไป
เขาไร้กำลังจะดิ้นให้หลุดพ้นจึงไม่อยากคุยไร้สาระอีก
เขาทำได้เพียงรอคอยให้หลี่มู่อีมาช่วยเหลือเขาอย่างเงียบๆ
แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าช่วงนี้หลี่มู่อีออกนอกมรรคาสวรรค์ หัวใจเขาก็จมดิ่งลงสู่ก้นเหวลึก
บอกว่าถกมรรค แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดคุยกันเลย
ภายในอารามเต๋าตกอยู่ในความเงียบวังเวง เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน หานเจวี๋ยจึงให้จางเจี่ยวมาจับตาดูบรรพจารย์ซานชิง ส่วนตัวเองก็ตั้งใจฝึกบำเพ็ญ
ยามที่บรรพจารย์ซานชิงเห็นจางเจี่ยว เขาก็มองอีกฝ่ายด้วยความตะลึงงัน
หลี่มู่อี!
จะเป็นไปได้อย่างไร!
ที่หานเจวี๋ยจับตัวเขามา หรือจะเป็นคำสั่งของหลี่มู่อี
เขารีบใช้กระแสจิตซักถามจางเจี่ยว ทว่าจางเจี่ยวไม่ตอบเลยแม้แต่น้อย สีหน้าไร้อารมณ์ ราวกับไม่มีความรู้สึก
หัวใจบรรพจารย์ซานชิงจมดิ่งลงสู่ก้นเหวลึก ความเชื่อใจพังทลาย
เขานึกว่าเจ้านายที่เขาอยากปกป้องมาโดยตลอดขายเขาเสียแล้ว!
บรรพจารย์ซานชิงตกอยู่ในความสับสนงุนงงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
หานเจวี๋ยก็ไม่ได้สนใจเขาอีก ตั้งใจฝึกบำเพ็ญไป
หานเจวี๋ยได้รับประโยชน์มากมายจากการต่อสู้กับมารมรรคาสวรรค์ ต่างไปจากการใช้แบบจำลองการทดสอบ ความตื่นเต้นจากการต่อสู้ของจริงนั้นไม่สามารถจำลองออกมาได้
ในแบบจำลองการทดสอบ หานเจวี๋ยรู้ว่าตัวเองไม่มีทางตายแน่นอน ดังนั้นจึงต่อสู้อย่างไร้ความหวาดกลัว สภาพจิตใจย่อมต่างไปจากการต่อสู้ที่แท้จริง
อารามเต๋าตกอยู่ในความเงียบสงบ แต่เขตเซียนร้อยคีรีกลับครึกครื้นนัก มิใช่เพียงเขตเซียนร้อยคีรี ทว่าทั่วปวงสวรรค์หมื่นโลกา ล้วนครื้นเครงเฮฮาโนเวลกูดอทคอม
นามอริยะสวรรค์เกรียงไกรเปี่ยมกุศลดังกระฉ่อนไปทั่วปวงสวรรค์หมื่นโลกา!
มหันตภัยมารสวรรค์ครานี้ถาโถมไปทั่วปวงสวรรค์หมื่นโลกา เป็นภัยพิบัติร้ายแรงอย่างที่มิเคยปรากฏมาก่อน ครั้งนี้เจ้าสำนักซ่อนเร้นมิได้ช่วยเหลือโลกเพียงใบเดียวเท่านั้น แต่ยังช่วยเหลือทั่วทั้งมรรคาสวรรค์ไว้ กุศลนี้เหนือกว่ากุศลจากการก่อตั้งเผ่าพันธุ์หรือเผยแพร่มรรคามากนัก!
ความจริงก็เป็นเช่นนี้ กุศลที่หานเจวี๋ยเก็บไว้มหาศาลอย่างยิ่ง ส่องแสงเจิดจ้าดั่งดวงตะวันอยู่ในโลกอนธการ
….
เวลาผ่านไปปีแล้วปีเล่า
รอบเขตเซียนร้อยคีรีปรากฏสิ่งมีชีวิตเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งหมดล้วนมาแสวงหามรรควิถี ต่อให้เขตเซียนร้อยคีรีไม่สนใจ ก็ยังมีผู้มีจิตใจมุ่งมั่นมากมายยืนกรานที่จะอยู่ต่อ
ทั่วทั้งแดนเซียน มีเทวรูปอริยะสวรรค์เกรียงไกรเปี่ยมกุศลตั้งอยู่ทุกแห่งหน แต่เนื่องจากไม่ทราบหน้าตาของหานเจวี๋ย ดังนั้นเทวรูปนี้จึงแตกต่างกันไปต่างๆ นานา มีท่วงท่าสารพัดอย่าง
สำนักซ่อนเร้นไม่เผยตัวต่อโลก หลี่เต้าคงก็ไม่ได้กลับมา ดังนั้นในไม่ช้าเหล่าศิษย์นับล้านก็กลับไปพากเพียรบำเพ็ญเช่นเดียวกับที่ผ่านมา แต่ทุกครั้งที่ได้ยินสิ่งมีชีวิตนอกอาณาเขตเต๋าเอ่ยยกย่องเทิดทูนอริยะสวรรค์เกรียงไกรเปี่ยมกุศล พวกเขาล้วนตื้นตันใจนัก ทั้งรู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจ
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
พริบตาเดียว ผ่านไปแปดร้อยปีแล้ว
[คุกสวรรค์อนธการสยบทาสสำเร็จ]
[บรรพจารย์ซานชิงบังเกิดความประทับใจในตัวท่าน ระดับความประทับใจในขณะนี้เต็มขั้นดาวแล้ว]
เมื่อแจ้งเตือนนี้เด้งขึ้นมา หานเจวี๋ยก็รับรู้ได้ในทันใด
เขาสร้างสายสัมพันธ์เชื่อมโยงกับบรรพจารย์ซานชิง
สายสัมพันธ์นี้คล้ายคลึงกับตราประทับหกวิถียิ่งนัก หากเขาอยากให้บรรพจารย์ซานชิงตาย บรรพจารย์ซานชิงก็ต้องตาย ความรู้สึกนี้น่าอัศจรรย์อย่างยิ่ง ทั้งยังเป็นของจริงแน่นอน
หานเจวี๋ยรู้สึกปรีดา คุกสวรรค์อนธการช่างแข็งแกร่งจริงๆ
ว่าไปแล้ว ความประทับใจเต็มขั้นดาวเช่นนั้นหรือ หรือว่า 6 ดาวไม่ใช่จำนวนเต็มขั้น?
น่าสนใจอยู่บ้าง!
หานเจวี๋ยรู้สึกว่าตนต้องประเมินระดับค่าความประทับใจใหม่เสียแล้ว
เขาลืมตามองบรรพจารย์ซานชิง
บรรพจารย์ซานชิงยังคงนั่งสมาธิอยู่ ไม่ขยับเขยื้อน
หานเจวี๋ยเอ่ยปากเรียก “บรรพจารย์ซานชิง”
บรรพจารย์ซานชิงลืมตาขึ้น ลุกขึ้นทำความเคารพอย่างนอบน้อม เอ่ยว่า “คารวะเจ้าอาณาเขตเต๋า!”
หานเจวี๋ยมองสำรวจบรรพจารย์ซานชิง กล่าวว่า “คุกเข่า”
บรรพจารย์ซานชิงคุกเข่าลงทันที
“กลิ้งตัวหนึ่งตลบ”
บรรพจารย์ซานชิงกลิ้งตัวหนึ่งตลบทันที
“ตบหน้าตัวเองหนึ่งที”
‘เพียะ…’
คราวนี้หานเจวี๋ยเชื่อสนิทใจแล้ว ถึงอย่างไรบรรพจารย์ซานชิงก็ไม่ทราบถึงความสามารถของคุกสวรรค์อนธการ ต่อให้แสร้งทำ ก็ไม่จำเป็นต้องทุ่มเทขนาดนี้
หานเจวี๋ยประคองเขาขึ้น เอ่ยว่า “ซานชิง ข้าแค่ทดสอบดูเท่านั้น ล่วงเกินไปมาก ข้าต้องการตัวเจ้าเหลือเกิน เจ้าเป็นถึงอันดับหนึ่งแห่งแดนเซียน สำนักซ่อนเร้นของข้าต้องการคนแข็งแกร่งเช่นเจ้า…”
เขาเริ่มเอ่ยยกยอชื่นชมบรรพจารย์ซานชิงไม่ขาดปาก บรรพจารย์ซานชิงได้ฟังก็รู้สึกตื้นตันยิ่งนัก
หลังจากพูดคุยกันครู่หนึ่ง หานเจวี๋ยพบว่าบรรพจารย์ซานชิงไม่ได้สูญเสียสติปัญญาทั้งหมดไป เพียงแต่เชื่อฟังไว้วางใจหานเจวี๋ยอย่างสมบูรณ์ไปโดยปริยายเท่านั้น เขายังมีความคิดเป็นของตัวเองอยู่
หานเจวี๋ยตัดสินใจปล่อยบรรพจารย์ซานชิงออกไป บางทีอาจจะสามารถจัดวางไส้ศึกไว้ข้างกายของหลี่มู่อีได้
ในวันนั้น เขาเคลื่อนย้ายบรรพจารย์ซานชิงออกไป เรื่องนี้นอกจากจางเจี่ยวแล้ว ไม่มีผู้ใดทราบเรื่อง ส่วนหลี่มู่อี คาดว่ายังอยู่ที่โลกพันอนันต์ มิเช่นนั้นคงมาขอเข้าฝันไปนานแล้ว
“ความสามารถนี้คล้ายว่าจะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย หากข้ายอมสละเวลาก็สามารถสยบทั้งแดนเซียนให้กลายเป็นทาสได้…”
ทำให้ทั้งแดนเซียนตกเป็นทาส คิดๆ แล้วช่างน่าอภิรมย์ยิ่ง
แต่แค่บรรพจารย์ซานชิงก็ทำเขาเสียเวลาไปแปดร้อยปีแล้ว แดนเซียนมีผู้บำเพ็ญมากมายเพียงใดกันเล่า
อีกอย่าง ต่อให้สยบทั้งแดนเซียนให้เป็นทาสได้ แล้วจะมีประโยชน์ต่อหานเจวี๋ยสักเท่าไรกันเชียว
ตอนนี้ ถึงทั้งแดนเซียนจะมาปิดล้อมโจมตี เขาก็สามารถเอาชนะได้อย่างแน่นอน เหตุใดต้องทำให้การบำเพ็ญล่าช้าเพราะเรื่องนี้ด้วยเล่า
บรรพจารย์ซานชิงอยู่ด้านข้าง หานเจวี๋ยก็ไม่อาจสงบใจบำเพ็ญได้
คิดไปคิดมา หานเจวี๋ยลุกขึ้นยืน
‘เอาตามนี้แล้วกัน ใช้คุกสวรรค์อนธการให้น้อยหน่อย ยิ่งใช้มากเท่าไร ก็ยิ่งเผยไต๋ได้ง่ายๆ ต้องใช้อย่างมีชั้นเชิง’
หานเจวี๋ยคิดเงียบๆ ระบบก็มีขีดจำกัดเช่นกัน หากว่าเผชิญกับตัวตนแข็งแกร่งที่เหนือกว่าระบบ มองระบบอย่างทะลุปรุโปร่งได้ในคราเดียว เช่นนั้นคงไม่ดีแน่
หานเจวี๋ยยืดเส้นยืดสาย เดินออกมาจากอารามเต๋า เรียกศิษย์ทั้งหมดมารวมตัว เตรียมแสดงธรรม
นี่เป็นการแสดงธรรมครั้งแรกของหานเจวี๋ย หลังจากมหันตภัยมารสวรรค์สิ้นสุดลง
เหล่าศิษย์นับล้านล้วนตื่นเต้นยิ่ง เคยได้ยินสิ่งมีชีวิตในละแวกเขตเซียนร้อยคีรียกย่องเทิดทูนหานเจวี๋ย ทำให้พวกเขาเกิดอยากพบหานเจวี๋ยขึ้นมาอีกครั้ง ทว่าในช่วงหลายปีมานี้ แม้แต่ศิษย์สืบทอดหรือผู้พิทักษ์ต่างก็ไม่มีใครได้พบหานเจวี๋ยทั้งสิ้น
สถานที่แสดงธรรมยังคงเป็นที่เดิม หานเจวี๋ยนั่งบนยอดเขาสูง รออยู่สักพักถึงได้เริ่มแสดงธรรม
ศิษย์นับล้านเข้าสู่สมาธิอย่างรวดเร็ว เริ่มตระหนักมรรค
….
แสดงธรรมหนึ่งร้อยปี วสันต์และสารทฤดูสับเปลี่ยนหมุนเวียน โลกมนุษย์เปิดฉากขึ้นใหม่อีกครั้ง
หลังสิ้นสุดการแสดงธรรม หานเจวี๋ยเดินมาหยุดหน้าต้นฝูซัง
เขาให้ต้นฝูซังเปิดวังวนมิติของโลกพันอนันต์ เขาส่งจิตศักดิ์สิทธิ์เข้าไปในโลกพันอนันต์
โลกพันอนันต์ไม่ได้เผชิญกับการโจมตีจากมารสวรรค์ แต่ถูกสิ่งอัปมงคลเข้ารุกราน
เนื่องจากผสานรวมกับดวงจิตประหลาด หานเจวี๋ยจึงมองเห็นสิ่งอัปมงคล ทุกหนทุกแห่งทั่วโลกพันอนันต์ล้วนเต็มไปด้วยสิ่งอัปมงคล มากมายนับไม่ถ้วน ราวกับฉากเทพมารของแดนเซียนในอดีต อย่างไรก็ตามฝูงชนมองไม่เห็นสิ่งอัปมงคล ตายโดยไม่รู้เรื่องรู้ราว ทำให้โลกพันอนันต์ตกอยู่ในความหวาดผวาและสิ้นหวังยิ่งกว่าสรรพสิ่งในแดนเซียนก่อนหน้านี้
หลี่มู่อีกำลังต่อสู้กับตัวตนลึกลับตนหนึ่งในโลกพันอนันต์
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อันธการ!
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อันธการผู้นี้ไม่ด้อยไปกว่ามารมรรคาสวรรค์เลย!
แต่ก็ไม่ได้แข็งแกร่งไปกว่ามารมรรคาสวรรค์สักเท่าไร
หานเจวี๋ยไม่มีความคิดจะให้ความช่วยเหลือหลี่มู่อี ปล่อยให้พวกเขาสู้กันต่อไป
จากนั้น เขาไปสอดส่องดินแดนที่ศิษย์ในนามหนึ่งพันคนอาศัยอยู่ นับว่าสงบสุขดี ไม่มีมารสวรรค์ ไม่มีสิ่งอัปมงคล ก่อตัวเป็นโลกใบหนึ่ง พัฒนาไปอย่างมั่นคง
จักรพรรดิเซียนหนึ่งพันคน สูญเสียไปบ้างจำนวนหนึ่ง ก็ถือเป็นเรื่องปกติ จะไม่มีอันตรายเลยได้อย่างไร
หานเจวี๋ยมองอยู่พักหนึ่ง ก็หันหลังเตรียมจากไป
ในเวลานี้เอง จู่ๆ ไก่คุกรัตติกาลก็โผล่ขึ้นตรงหน้าหานเจวี๋ย
มันหัวเราะแหะๆ เอ่ยว่า “นายท่าน ข้าไม่ได้พบท่านนานมากแล้ว มิใช่ว่า…”
หานเจวี๋ยเอ่ยสั้นๆ “ตามข้าเข้าไปในอาราม”
ไก่คุกรัตติกาลพลันตื่นเต้นขึ้นมา
หนึ่งคนหนึ่งไก่เดินกลับไปที่อารามเต๋า
ไก่คุกรัตติกาลอยากให้หานเจวี๋ยถ่ายทอดพลังวิเศษมรรคกระบี่ให้ สำหรับเรื่องนี้ หานเจวี๋ยไม่ได้ปฏิเสธ ถึงขั้นที่ค่อนข้างปลื้มใจเสียด้วยซ้ำ
สำหรับไก่คุกรัตติกาล หานเจวี๋ยรู้สึกสนิทชิดเชื้อมากที่สุด ใกล้ชิดยิ่งกว่าบุตรชาย คู่บำเพ็ญเพียรหรือลูกศิษย์
ไก่คุกรัตติกาลอยู่กับเขามาตลอด ถึงแม้จะไร้ยางอายยิ่งนัก แต่มันคอยช่วยศิษย์ใหม่ปรับตัวอยู่เสมอ สลายช่องว่างและความแตกแยกระหว่างเหล่าศิษย์ได้อย่างรวดเร็ว
จนปัญญาที่ถึงแม้ปกติไก่คุกรัตติกาลจะฝึกบำเพ็ญ แต่ความคิดที่อยากแข็งแกร่งขึ้นกลับอ่อนด้อยนัก
หานเจวี๋ยถ่ายทอดพลังวิเศษมรรคกระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุดของตนให้ไก่คุกรัตติกาล
หมื่นกระบี่ก่อกำเนิด!
พลังวิเศษมหามรรค!
ห้าปีผ่านไป
ไก่คุกรัตติกาลออกจากอารามเต๋าด้วยสีหน้ายุ่งเหยิง ยามที่เดินผ่านจางเจี่ยว มันหัวเราะเหอะๆ เอ่ยว่า “เจ้าเฒ่า ท่านไก่จะผงาดแล้ว ว่างมาประลองกันตัวต่อตัวหรือไม่”
จางเจี่ยวหลับตาพักผ่อน ไม่สนใจมันเลย
ไก่คุกรัตติกาลทำสีหน้าเบื่อหน่าย จากนั้นมันก็มองเห็นจิ้งจอกชาดอยู่ไม่ไกล จึงเอ่ยยิ้มๆ “จิ้งจอกน้อย เจ้ากล้าประลองตัวต่อตัวกับข้าหรือไม่”
จิ้งจอกชาดเอ่ยด้วยความไม่สบอารมณ์ “ไก่จะเอาชนะจิ้งจอกได้อย่างไร”
ไก่คุกรัตติกาลโมโหแทบตายแล้ว ร้องว่า “มาสิ!”
จิ้งจอกชาดเอ่ยว่า “เจ้าอยากรบกวนการบำเพ็ญของนายท่านหรืออย่างไร”
ไก่คุกรัตติกาลไหนเลยจะกล้า จึงได้แต่จากไปด้วยความฉุนเฉียว
ภายในอารามเต๋า
หานเจวี๋ยถอนหายใจ ความเข้าใจของเจ้าไก่อันธพาลตัวนี้ไม่ได้เรื่อง ส่งกลับไปเกิดใหม่อีกรอบดีหรือไม่นะ
เขาไม่คิดต่อไปให้มากความ เรียกกล่องจดหมายมาตรวจดู
[ฉิวซีไหลสหายของท่านรู้แจ้งในมรรคาสวรรค์ มรรคจิตฟื้นฟู]
[หานมิ่งสหายของท่านเผชิญกับการโจมตีจากตัวตนลึกลับ กายเนื้อแตกสลาย เหลือเพียงวิญญาณเสี้ยวหนึ่ง]
[หานทั่วบุตรชายของท่านพลังวิเศษประจำกายได้ตื่นขึ้น พลังมรรคเพิ่มขึ้นฉับพลัน]
[สือตู๋เต้าสหายของท่านเผชิญกับการโจมตีจากหลี่เต้าคงสหายของท่าน] x7
[มหาจักรพรรดิเซียวสหายของท่านเผชิญกับคำสาปแช่งลึกลับ]
[จักรพรรดินีผืนพิภพสหายของท่านบุกเบิกดินแดนวัฏจักร พลังมรรคเพิ่มขึ้นฉับพลัน]
[หวงจุนเทียนสหายของท่านได้รับการชี้จากอริยะ ดวงชะตาเพิ่มพูน]
….
หลี่เต้าคงยังคงตามพัวพันสือตู๋เต้าอย่างเอาเป็นเอาตาย สมกับที่เป็นเขา
หานเจวี๋ยสัมผัสได้ว่าหลี่เต้าคงก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่น่าเชื่อว่าจะไม่ได้รับบาดเจ็บเลย
ส่วนจดหมายอื่นๆ หานเจวี๋ยไม่นำพาเลยแม้แต่น้อย
กล่าวโดยสรุปคือ แดนเซียนหวนสู่ความสงบสุขอีกครั้ง
[ฉิวซีไหลต้องการเข้าฝันท่าน ยอมรับหรือไม่]
แจ้งเตือนแถวหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าหานเจวี๋ย ครั้งนี้ พฤติกรรมของฉิวซีไหลเปลี่ยนไป ไม่กล้าส่งคำขอมาอย่างถี่รัวอีก
หานเจวี๋ยคิดๆ ดูแล้ว จากนั้นจึงยอมรับคำขอเข้าฝัน
เผชิญมาหลายครั้งแล้ว ไม่จำเป็นทำนายก่อนอีก ต่อให้มรรคาสวรรค์อยากพุ่งเป้ามาที่เขาก็ไม่อาจทำได้
หานเจวี๋ยมีแรงกุศลมรรคาสวรรค์อยู่กับตัว อำนาจแห่งมรรคาสวรรค์ทำอันตรายเขาไม่ได้
นี่คือเหตุผลว่าทำไมผู้ทรงพลังมากมายปานนั้นถึงไล่ไขว่คว้ามรรคาสวรรค์ เผยแพร่มรรคาไปทั่วปวงสวรรค์
ในแดนความฝัน novelgu.com
หานเจวี๋ยมองเห็นฉิวซีไหล ฉิวซีไหลไม่ได้อยู่ในร่างทองสูงหมื่นจั้งอีกต่อไป หากแต่มีส่วนสูงเท่ากับหานเจวี๋ย
ฉิวซีไหลเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “อริยะสวรรค์เกรียงไกรเปี่ยมกุศล พึงพอใจสมญานี้หรือไม่”
หานเจวี๋ยตอบ “พอใช้ได้ มาหาข้าด้วยเรื่องใด”
เจ้าคนผู้นี้เปลี่ยนท่าทีเร็วเกินไปแล้วกระมัง!
แต่ก่อนมิใช่ว่าวางท่ายิ่งนักหรอกหรือ
“ตอนนี้อริยะเหลือเพียงข้า เทพสูงสุดหนานจี๋ เจ้านิกายเทียนเจวี๋ย ฝูซีเทียน มหาจักรพรรดิเซียวรวมถึงเจ้า ส่วนอริยะจินอันและอริยะมิ่งจีล้วนเป็นอริยะคลั่งไปแล้ว ถูกผนึกไว้ในอาณาเขตเต๋าของแต่ละคน เรื่องมารสวรรค์ทำให้พวกเราตื่นตัว เตรียมสร้างเมืองฟ้าบุพกาล เฝ้าระวังอาณาเขตฟ้าบุพกาลนอกชั้นฟ้าที่สามสิบสาม กุศลนี้ยิ่งใหญ่นัก พวกเราล้วนส่งศิษย์ของแต่ละคนเข้าร่วม เจ้าเล่า?” ฉิวซีไหลถามด้วยรอยยิ้ม
หานเจวี๋ยถามสั้นๆ “ข้าจำเป็นต้องจัดการหรือ”
ฉิวซีไหลรีบโบกมือ เอ่ยว่า “ย่อมมิใช่ แต่เจ้าเป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตพวกเราไว้ หากไม่อยากทำ ก็ไม่เป็นไร เพียงแต่เรื่องนี้จะได้รับมหากุศลจากมรรคาสวรรค์ แม้จะกำจัดมารสวรรค์ไป วันหน้าก็อาจจะมีมหันตภัยที่ยิ่งใหญ่กว่า ตอนนี้ สิ่งอัปมงคลในแดนต้องห้ามอันธการก็อาจก่อตัวเป็นมหันตภัยได้เช่นกัน”
“เจ้าวางใจได้ พวกเราเหล่าอริยะปล่อยวางแล้ว วันหน้าจะไม่วางแผนเล่นงานเจ้าอีก หากเจ้าต้องการ พวกเราก็สามารถสถาปนาเจ้าเป็นอริยะมรรคาสวรรค์ได้ เช่นเดียวกับหลี่มู่อีในกาลก่อน ถึงขั้นที่พวกเราสามารถช่วยสนับสนุนสำนักซ่อนเร้นให้เป็นผู้มีชัยในมหาเคราะห์ไร้ขอบเขตครั้งต่อไปได้ ทำให้สำนักซ่อนเร้นตั้งหลักมั่นคงอย่างแท้จริง เช่นเดียวกับสำนักดวงชะตาต่างๆ ในกาลก่อน”
วาจานี้ฟังดูจริงใจนัก หานเจวี๋ยฟังอย่างสบายอุรา
แต่เขาไม่มีทางหลงกลแน่!
เขาไม่มีทางลงเรือลำเดียวกับอริยะมรรคาสวรรค์
“ข้าจะพิจารณาดู”
กล่าวจบ หานเจวี๋ยก็ออกจากแดนความฝันทันที
ภายในอารามเต๋า
ขณะที่หานเจวี๋ยกำลังจะบำเพ็ญต่อ ก็มีคนขอเข้าฝันอีกแล้ว
[ตี้จวินต้องการเข้าฝันท่าน ยอมรับหรือไม่]
[ตี้จวินต้องการเข้าฝันท่าน ยอมรับหรือไม่]
….
ตี้จวินเริ่มส่งคำขอมาอย่างถี่รัว!
หานเจวี๋ยสบถในใจ ไม่ง่ายเลยกว่าจะจัดการฉิวซีไหลได้ ทำไมมีคนอื่นมาสร้างปัญหาอีกแล้ว
ตี้จวินเป็นตัวตนระดับเดียวกับปรมาจารย์ลัญจกรสรวง จะล่วงเกินไม่ได้
หลายหมื่นปีก่อน เขาก็เคยขอเข้าฝันหานเจวี๋ย แต่ถูกเมินไปเสีย
คาดว่าตี้จวินคงทราบแล้วว่าเขาขจัดมหันตภัยมารสวรรค์ หากว่าเมินเฉยต่อไป จะต้องทำให้อีกฝ่ายขุ่นเคืองใจอย่างแน่นอน
ก่อนจะยอมรับ ต้องทำนายดูสักรอบ!
ฟังจบแล้วถ้าใครอยากสนับสนุนช่องโดเนท ให้ช่องของเราเดินหน้าต่อได้เร็วขึ้น หรืออยากขอนิยาย
ช่องทางสนับสนุนช่องอยู่ใต้ลิงค์คลิปชั่นนะครับ