271-275

บทที่ 271
‘จักรพรรดิปีศาจโหดเหี้ยมเพียงนี้เชียว?’

หานเจวี๋ยขมวดคิ้ว

ได้ยินวาจาของตี้ไท่ไป๋แล้ว ปฏิกิริยาแรกของเขาคือการสาปแช่งจักรพรรดิปีศาจให้ตกตาย!

จักรพรรดิปีศาจมีความเกลียดชังในตัวเขาระดับหกดาว ไม่ตายไม่มีวันเลิกรา

ครั้นวังสวรรค์ถูกวังปีศาจทำลาย ย่อมต้องมุ่งเป้ามาที่เขาอย่างแน่นอน

อืม

หลังจากนี้ต้องจัดการสักหน่อย

ครั้งนี้หานเจวี๋ยก็คิดเพื่อสรรพสิ่งทั้งปวง

หลังจากพูดคุยกับตี้ไท่ไป๋อีกสองสามประโยค หานเจวี๋ยก็วางป้ายคำสั่งมรรคาสวรรค์ลง

[ท่านเลือกที่จะไม่สำเร็จมรรคผลขึ้นสู่สวรรค์ชั่วคราว ได้รับยอดสมบัติหนึ่งชิ้น]

[ยินดีด้วย ท่านได้รับกระบี่เก้าลักษณ์หมื่นชีวิต]

[กระบี่เก้าลักษณ์หมื่นชีวิต: ยอดสมบัติมรรคจักรพรรดิ กระบี่ฟ้าประทานที่ก่อตัวขึ้นจากปราณชีวิตของโลกาสวรรค์ ปราณกระบี่ไหลเวียนไม่ขาดสาย แผ่พลังไม่สิ้นสุด มีอานุภาพแข็งแกร่งถึงขีดสุด]

เมื่อทอดมองอักขระสามแถวที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า หานเจวี๋ยก็ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ

ยามนี้เขามีกระบี่พิพากษาอนธการ กระบี่พิฆาตเทพ กระบี่บุพกาลโลกาสวรรค์และกระบี่เก้าลักษณ์หมื่นชีวิต น่าจะสามารถสำแดงค่ายกลกระบี่สังหารเซียนของมรรคกระบี่เทียมฟ้าได้แล้ว

‘ของวิเศษอันทรงพลังทั้งสี่ที่ประกอบอยู่ในค่ายกลกระบี่สังหารเซียนจะต้องมีพลังทำลายล้างที่น่าหวาดกลัวอย่างแน่นอน’

หานเจวี๋ยครุ่นคิดอย่างเงียบๆ

พักนี้ตบะของไก่คุกรัตติกาลพัฒนาขึ้นแบบก้าวกระโดด คาดว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับจอมปีศาจคุกรัตติกาลก็เป็นได้

หานเจวี๋ยกำลังคิดว่าจะดึงจอมปีศาจคุกรัตติกาลมาเข้าพวกดีหรือไม่

อย่างไรเสียเจ้าหมอนี่ก็เป็นคนของวังปีศาจ เอามาอยู่ใกล้ตัวตลอดเวลาก็ใช่เรื่อง

หานเจวี๋ยทำให้กระบี่เก้าลักษณ์หมื่นชีวิตยอมรับเจ้าของจนสำเร็จเป็นอันดับแรก จากนั้นถึงเริ่มทำแบบจำลองการทดสอบ

ต่อสู้กับจอมปีศาจคุกรัตติกาล!

อาศัยค่ายกลกระบี่สังหารเซียนขั้นที่สี่ของมรรคกระบี่เทียมฟ้า ในที่สุดหานเจวี๋ยก็สามารถสังหารจอมปีศาจคุกรัตติกาลได้สำเร็จ

ทว่าต้องใช้เวลาในการรวบรวมค่ายกลกระบี่ ไม่สามารถที่จะปลิดชีพจอมปีศาจคุกรัตติกาลในฉับพลันได้

นี่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก

ไม่สามารถปลิดชีพในฉับพลันได้ ก็ไม่สามารถลงมือได้ง่ายๆ

หานเจวี๋ยเริ่มหวั่นวิตก


แม้ว่าแดนเซียนจะเกรียงไกร แต่โลกมนุษย์จะไม่ได้รับผลกระทบไปชั่วขณะ

ยี่สิบปีผ่านไป

ตบะของหานเจวี๋ยพัฒนาขึ้นไม่น้อย

ในระหว่างการทำแบบจำลองการทดสอบ ระดับความเร็วที่เขาสำแดงค่ายกลกระบี่สังหารเซียนก็เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก

เวลาที่ใช้ในการสังหารจอมปีศาจคุกรัตติกาลก็สั้นลงมากเช่นเดียวกัน

เขาจึงตัดสินใจที่จะไปหาจอมปีศาจคุกรัตติกาลเพื่อท้าประลอง!

สิ่งที่ควรกล่าวถึงก็คือ จอมปีศาจคุกรัตติกาลในยามนี้ได้กลายเป็นผู้ดูแลของสำนักศักดิ์สิทธิ์หยกพิสุทธิ์ไปแล้ว

ในขณะนี้ จอมปีศาจคุกรัตติกาลกำลังสอนไก่คุกรัตติกาลบำเพ็ญตบะอยู่ภายในถ้ำเทวาของตนเอง

“มาคุยกันที่ห้วงอากาศว่างเปล่าหน่อย”

เสียงของหานเจวี๋ยลอยเข้าสู่โสตประสาทของจอมปีศาจคุกรัตติกาล

จอมปีศาจคุกรัตติกาลขมวดคิ้วเล็กน้อย ลอบกล่าวขึ้นว่า “ในที่สุดก็ทนไม่ได้แล้วหรือ”

สำหรับผู้บำเพ็ญลึกลับของเขาเพียรบำเพ็ญเซียนท่านนั้น เขาก็กริ่งเกรงเป็นอย่างมากมาโดยตลอด

เพียงเพราะเขาไม่สามารถที่จะตรวจจับกลิ่นอายของหานเจวี๋ยได้ และมองไม่เห็นสถานการณ์ที่แท้จริงในเขาเพียรบำเพ็ญเซียน

นี่หมายความว่าอย่างไรน่ะหรือ

ก็หมายความว่าหานเจวี๋ยมีแนวโน้มที่จะแข็งแกร่งกว่าเขามาก!

จอมปีศาจคุกรัตติกาลสูดหายใจเข้าลึกๆ ลุกขึ้นแล้วกล่าวว่า “ข้าจะออกไปสักครู่”

ไก่คุกรัตติกาลก็ไม่ได้คิดให้มากความ จดจ่อกับการบำเพ็ญตบะต่อไป

ในห้วงอากาศว่างเปล่า

จอมปีศาจคุกรัตติกาลปรากฏตัวขึ้น สายตาตกอยู่บนร่างของหานเจวี๋ย

ในสายตาเขาวาบประกายประหลาดใจ

‘ช่างเป็นบุรุษที่มีหน้าตาหล่อเหลานัก!’

แม้จะอยู่ในแดนเซียนมาหลายล้านปี แต่เขาก็ไม่เคยพบบุรุษที่หล่อเหลาเท่าหานเจวี๋ยมาก่อน

รูปลักษณ์และบุคลิกของหานเจวี๋ย ไม่ว่าชายหรือหญิง ล้วนต้องถูกทำให้ตกตะลึง

ศัตรูสามารถแค้นเขาได้ เกลียดเขาได้ แต่ไม่อาจที่จะมองได้ว่าเขาอัปลักษณ์

“ใต้เท้าทำไปเพราะเหตุใดกันแน่” หานเจวี๋ยถามพลางจ้องเขม็งไปที่จอมปีศาจคุกรัตติกาลอย่างไม่วางตา

ไม่รู้เพราะเหตุใดเมื่อถูกหานเจวี๋ยจ้องมอง จอมปีศาจคุกรัตติกาลก็รู้สึกไม่ปลอดภัยขึ้นมาอย่างอธิบายไม่ถูก

เขาเป็นถึงจักรพรรดิเซียนห้าวัฏเชียวนะ!

จอมปีศาจคุกรัตติกาลกล่าวว่า “ไก่ใต้ปกครองของเจ้าตัวนั้นมีความเกี่ยวข้องกับข้า”

“แล้วนอกจากนั้นเล่า”

“จักรพรรดิปีศาจให้ข้ามาล้างแค้นจอมปีศาจอินทรีทอง”

“เช่นนั้นเหตุใดท่านถึงไม่ลงมือ”

หานเจวี๋ยไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะตรงไปตรงมาเช่นนี้

จอมปีศาจคุกรัตติกาลกล่าวอย่างจนปัญญาว่า “มหาเคราะห์กำลังมาเยือน ข้าไม่อยากผูกแค้นกับศัตรูที่แข็งแกร่ง เพราะอย่างนั้นจึงอยากจัดการกับจักรพรรดิปีศาจสักหน่อย”

หานเจวี๋ยหรี่ตาลงและเอ่ยว่า “เข้าร่วมสำนักซ่อนเร้นของข้าเป็นอย่างไร สำนักซ่อนเร้นเองก็ไม่อยากเข้าร่วมเคราะห์ พวกเราสามารถดูแลซึ่งกันและกันได้”

จอมปีศาจคุกรัตติกาลนิ่งเงียบ

หานเจวี๋ยจ้องมองไปที่เขาไม่วางตา พร้อมลงมือได้ทุกเมื่อ

หากเจ้านี่ปฏิเสธ และยังอยากจะอยู่ที่นี่ เช่นนั้นหายเจวี๋ยก็ทำได้เพียงสังหารเขาเท่านั้นแล้ว

ไม่อาจปล่อยภัยเงียบไว้ใกล้ตัวได้เป็นอันขาด

จอมปีศาจคุกรัตติกาลขมวดคิ้วและกล่าวว่า “เข้าร่วมสำนักซ่อนเร้น แล้วข้าจะได้สิ่งใด”

“ร่วมแบ่งปันศัตรู”

“นั่นไม่พอที่จะทำให้ข้าสนใจได้ วางใจเถิด ข้าก็จะอยู่แค่ในสำนักศักดิ์สิทธิ์หยกพิสุทธิ์ ไม่ทำร้ายผู้ใด รอจนกว่ามหาเคราะห์ไร้ขอบเขตผ่านพ้น ข้าก็จะจากไปเอง”

หานเจวี๋ยหัวเราะ

‘รอจนกว่ามหาเคราะห์ไร้ขอบเขตผ่านพ้น?

มารดาเถอะ! เจ้าคิดว่าเจ้าตลกมากหรือ

มหาเคราะห์ไร้ขอบเขตครั้งหนึ่งไม่แน่ว่าอาจดำเนินต่อไปหลายหมื่นปี!

ต่อให้จ่ายค่าเช่า เช่นนั้นก็เป็นรายได้มหาศาลจำนวนหนึ่งเชียวนะ!’

หานเจวี๋ยกล่าวว่า “ใต้เท้าถูกส่งมาเพื่อสังหารข้า โลกนี้เป็นอาณาเขตของข้า หากตอนนี้ท่านยังอิดออดไม่จากไป เกรงว่าคงไม่เหมาะสมกระมัง หากเปลี่ยนเป็นท่านบ้าง ท่านจะทำอย่างไร”

จอมปีศาจคุกรัตติกาลส่ายหน้ากล่าว “ข้าได้ยินมาว่าเจ้ากลัวความวุ่นวาย เพราะอย่างนั้นพวกเราสามารถที่จะไม่รุกล้ำกันและกัน”

‘นี่ก็คือการรุกล้ำแล้ว!’

หานเจวี๋ยเอ่ยถามว่า “ท่านมีความเกี่ยวข้องใดกับไก่คุกรัตติกาล”

เมื่อเอ่ยถึงไก่คุกรัตติกาล จอมปีศาจคุกรัตติกาลก็เผยรอยยิ้มจนปัญญาออกมา กล่าวว่า “เจ้านั่นคือ…”

จู่ๆ กระบี่พิพากษาอนธการก็ปรากฏขึ้นในมือของหานเจวี๋ย เงื้อกระบี่ขึ้นฟันฉับลงมาในฉับพลัน

หนึ่งกระบี่เทียมฟ้า!

จอมปีศาจคุกรัตติกาลหน้าเปลี่ยนสียกใหญ่ เขายกมือขึ้นต้านทานโดยสัญชาตญาณ แต่ก็ยังถูกปราณกระบี่ฟาดจนกระเด็นออกไปอยูดี

หานเจวี๋ยรีบนำกระบี่พิฆาตเทพ กระบี่บุพกาลโลกาสวรรค์และกระบี่เก้าลักษณ์หมื่นชีวิตออกมาในทันที สี่กระบี่บินขึ้นตามๆ กัน ก่อนจะเริ่มก่อตัวเป็นค่ายกลกระบี่สังหารเซียน

จอมปีศาจคุกรัตติกาลทรงตัวอย่างมั่นคง เอ่ยคำรามออกมาอย่างเดือดดาล “เจ้าหมายความว่าอย่างไร”

“หากไม่ออกไป ก็ตายเสีย!”

หานเจวี๋ยกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา ใช้มือแทนกระบี่ ร่ายสำแดงไตรวิสุทธิ์กำราบภูมิสวรรค์เก้าชั้น

ทะเลปราณกระบี่ทั้งเก้าปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อตัวเป็นเงากระบี่หลายร้อยล้าน พุ่งสังหารไปทางจอมปีศาจคุกรัตติกาล

จอมปีศาจคุกรัตติกาลหยิบมีดยาวคล้ายเขี้ยวเล่มหนึ่งออกมา วางมือซ้ายบนใบมีดเล็กน้อย ไอปีศาจพลุ่งพล่านก็ไหลเข้าสู่ใบมีด

เขาเหวี่ยงดาบไปสี่ทิศแปดทาง ไอปีศาจน่าสะพรึงกลัวก็แปรเปลี่ยนเป็นสัตว์ประหลาดและภูตผีจำนวนนับไม่ถ้วน ร้องคำรามเดือดพลางสังหารไปทางกระแสธารเงากระบี่ไตรวิสุทธิ์กำราบภูมิ

การต่อสู้ระหว่างจักรพรรดิเซียนทั้งสอง เสมือนเป็นสงครามสองเผ่าพันธุ์กำลังเปิดศึก!

“ไม่ได้มีเจตนาดีจริงๆ ด้วย!”

หานเจวี๋ยลอบสบถ เจ้าหมอนี่ไม่ได้เผ่นหนี เลือกที่จะต่อสู้กับเขา เห็นได้ชัดว่าต้องการพุ่งเป้ามาที่เขา

[จอมปีศาจคุกรัตติกาลเกิดความเกลียดชังในตัวท่าน ระดับความเกลียดชังในขณะนี้คือ 3 ดาว]

เมื่อเห็นประโยคที่ปรากฏขึ้นตรงหน้า จิตสังหารของหานเจวี๋ยก็พุ่งทะยาน

เขาสำแดงเงาเทพมหาวิวัฒน์เก้าร่าง รวมเข้ากับกระแสธารเงากระบี่ ปิดล้อมสังหารจอมปีศาจคุกรัตติกาล

จอมปีศาจคุกรัตติกาลต้านทานสุดกำลัง ทว่าพลังเวทของหานเจวี๋ยนั้นแข็งแกร่งและไร้ขอบเขตจริงๆ

จอมปีศาจคุกรัตติกาลทะยานกาย ที่ด้านหลังกางปีกสีดำคู่หนึ่งสยายออก เปลวเพลิงลุกโชนโหมไหม้

เขาเงื้อมีดเขี้ยวขึ้นสูง เปลวเพลิงสีดำม้วนตลบอย่างบ้าคลั่ง กลายเป็นพิรุณสีดำอันน่าหวาดกลัว ระเบิดร่วงลงสู่ห้วงอากาศว่างเปล่า

เงากระบี่ของไตรวิสุทธิ์กำราบภูมิถูกหยาดพิรุณสีดำกดต้านไว้ ไอปีศาจกลายเป็นเมฆหมอก คละคลุ้งห้วงอากาศว่างเปล่าอันกว้างใหญ่ เวลานี้ค่ายกลกระบี่สังหารเซียนของหานเจวี๋ยจวนจะก่อตัวสำเร็จ

จอมปีศาจคุกรัตติกาลเองก็สังเกตเห็นค่ายกลกระบี่สังหารเซียนเช่นกัน เขาลอบสะดุ้งตกใจ

“นั่นเป็นค่ายกลอะไรกันแน่”

จอมปีศาจคุกรัตติกาลขมวดคิ้วฉุกคิดขึ้นได้ ทันใดนั้นเขาก็ตั้งท่าที่จะล่าถอย

แต่การลงมืออย่างไม่ทันตั้งตัวของหานเจวี๋ยก็ทำให้เขาหัวเสียจริงๆ

เขาเป็นถึงจักรพรรดิเซียนห้าวัฏ กลับไม่ไว้หน้ากันถึงเพียงนี้!

ลองดูอีกครั้ง!

จอมปีศาจคุกรัตติกาลเคียดแค้นในใจ คิดอยากจะรู้ว่าหานเจวี๋ยจะแข็งแกร่งสักเพียงใดกัน!

ทันใดนั้นหานเจวี๋ยก็ปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังจอมปีศาจคุกรัตติกาล มือขวาโบกสะบัดแขนเสื้อ แสงเทพเบญจธาตุก็พุ่งโฉบออกมา

จอมปีศาจคุกรัตติกาลกวัดแกว่งมีดต้านทานโดยสัญชาตญาณ ทว่าเมื่อแสงเทพเบญจธาตุกวาดคราหนึ่ง ก็กวาดมีดเขี้ยวออกไปทันทีโดยที่เขาไม่ทันตอบสนองด้วยซ้ำ

‘เป็นไปได้อย่างไรกัน!’

จอมปีศาจคุกรัตติกาลตกใจกลัว รีบเบี่ยงหลบในทันควัน หยดพิรุณสีดำจำนวนนับไม่ถ้วนก็พุ่งสังหารไปทางหานเจวี๋ย

เวลานี้เอง!

กระบี่วิเศษทั้งสี่เล่มของหานเจวี๋ยก็พลันถอยห่างออกไป ไอวิญญาณชั่วร้ายอันน่าหวาดกลัวก็ท่วมท้นห้วงอากาศว่างเปล่า จิตสังหารอันน่าสะพรึงขึงยึดจอมปีศาจคุกรัตติกาลไว้

จอมปีศาจคุกรัตติกาลเงยหน้าขึ้นด้วยความเกรงกลัว ร้องตะโกนขึ้นว่า “ค่ายกลกระบี่สังหารเซียน! เป็นไปได้อย่างไร!”

หานเจวี๋ยเลิกคิ้วสูง

‘รู้จักเสียด้วย!

เช่นนั้นเจ้ายิ่งต้องตาย!’

ผ่านการทำแบบจำลองการทดสอบมา หานเจวี๋ยจึงรู้ว่าจอมปีศาจคุกรัตติกาลไม่สามารถต้านทานค่ายกลกระบี่สังหารเซียนได้เลยสักนิด!

ต้องตายลงอย่างไม่ต้องสงสัย!

บทที่ 272
หลังจากจอมปีศาจคุกรัตติกาลจำค่ายกลกระบี่สังหารเซียนได้ ปฏิกิริยาแรกก็คือตั้งท่าหนี

ทว่าเขาต้องตกใจที่พบว่าตนเองไม่สามารถกระโจนออกจากห้วงอากาศว่างเปล่านี้ได้ ผนึกต้องห้ามที่ไร้ลักษณ์และทรงพลังได้ปิดกั้นห้วงอากาศว่างเปล่าโดยรอบเอาไว้

จอมปีศาจคุกรัตติกาลรีบพุ่งไปทางกระบี่พิฆาตเทพ

เขาสัมผัสได้ว่ากระบี่เล่มนี้อ่อนแอที่สุด บางทีอาจกลายเป็นจุดฝ่าทะลวง

ผลลัพธ์คือเขาเพิ่งจะชนกับกระบี่พิฆาตเทพ พายุอันน่าหวาดกลัวหอบหนึ่งก็พุ่งปะทะหน้า พัดจนจอมปีศาจคุกรัตติกาลเจ็บปวดทรมานหาที่เปรียบไม่ได้ แม้แต่จิตดั้งเดิมก็ยังสั่นเทิ้ม

เขาตกใจจนต้องถอยหลังออกไปโดยสัญชาตญาณ

มุมปากของหานเจวี๋ยยกขยับ สองมือทำท่ามือร่ายวิชา

ค่ายกลกระบี่สังหารเซียน สยบสังหาร!

ตูม!

ไอชั่วร้ายจำนวนนับไม่ถ้วนปะทุผ่านอากาศออกมาจากภายในค่ายกลกระบี่ ปกคลุมจอมปีศาจคุกรัตติกาลในทันที

จอมปีศาจคุกรัตติกาลส่งเสียงร้องโหยหวนราวกับว่าตกไปอยู่ในนรกเก้าขุมอันเงียบสงัด

สำนักศักดิ์สิทธิ์หยกพิสุทธิ์

ไก่คุกรัตติกาลที่กำลังบำเพ็ญตบะพลันลืมตาขึ้น เอ่ยพึมพำว่า “แปลก? เมื่อครู่ดูเหมือนจะได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง”

มันส่ายหัว และบำเพ็ญตบะต่อไป

เมื่อเผชิญกับค่ายกลกระบี่สังหารเซียนที่ทรงพลังหาที่เปรียบไม่ได้ เดิมทีจอมปีศาจคุกรัตติกาลก็ไม่สามารถต้านทานได้เลย กายเนื้อถูกสังหารในทันที

หลังจากนั้นคือวิญญาณ!

ความตั้งใจดั้งเดิมของหานเจวี๋ยนั้นคือทำลายทั้งร่างกายและจิตวิญญาณ

“ช้าก่อน! ข้ายอมแล้ว! อย่าฆ่าข้า!”

จอมปีศาจคุกรัตติกาลร้องลั่นออกมาด้วยความหวาดกลัว น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

หานเจวี๋ยนึกถึงไก่คุกรัตติกาล ก็ยังต้องใจอ่อนลงมาบ้าง

เขาร่ายพลังดูดวิญญาณหกสาย ดูดซับวิญญาณของจอมปีศาจคุกรัตติกาลเข้าไปในส่วนลึกของจิตวิญญาณของตน คุมขังอยู่ในโลกอนธการ

โลกอนธการที่เรียกกันนั้นก็คือส่วนลึกของจิตวิญญาณของเขา พื้นที่พิเศษที่เต็มไปด้วยดวงดาวนับไม่ถ้วน

การต่อสู้สิ้นสุดลง

หานเจวี๋ยถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

ถือว่าแก้ปัญหาไปได้เปลาะหนึ่ง

ในที่สุดเขาก็สามารถบำเพ็ญตบะได้อย่างสบายใจ

หานเจวี๋ยกลับไปที่ถ้ำเทวาฟ้าประทาน

อู้เต้าเจี้ยนถามอย่างสงสัยใคร่รู้ว่า “เมื่อครู่ท่านไปทำอะไรมาเจ้าคะ มีศัตรูมาโจมตีหรือ”

ตอนนี้ตบะของนางอยู่ในระดับเซียนอิสระแล้ว ห่างจากเซียนพิภพไท่อี่ไม่ไกลนัก สามารถสัมผัสได้รางๆ ถึงการมีอยู่ของห้วงอากาศว่างเปล่า

หานเจวี๋ยเอ่ยตอบว่า “ไม่มีอะไร”

เรื่องเกี่ยวกับจอมปีศาจคุกรัตติกาลนั้น เขาไม่อยากพูดให้มากความ

เขาหลับตาลงเริ่มบำเพ็ญตบะต่อ

หลายเดือนหลังจากนั้น ไก่คุกรัตติกาลที่ทนรอจอมปีศาจคุกรัตติกาลไม่ไหว ก็กลับมาบำเพ็ญตบะอยู่ใต้ต้นฝูซัง

ทุกคนต่างให้ความสนใจกับการเปลี่ยนแปลงระยะนี้ของมันเป็นอย่างมาก ทว่ามันแค่ไม่พูด

‘เฮอะๆ ท่านไก่อย่างข้าได้รับวาสนาใหญ่แล้ว ข้าจะบำเพ็ญตบะเงียบๆ แซงหน้าพวกเจ้าทุกคน!’

ไก่คุกรัตติกาลคิดอย่างมีความหวัง

ใครจะรู้เล่าว่า วาสนาใหญ่ของมันไม่เหลือแล้ว


ยี่สิบปีผ่านไป

หานเจวี๋ยเพิ่งสาปแช่งจักรพรรดิปีศาจและจอมปีศาจอินทรีทองเสร็จ เขาจึงนำจิตรับรู้เข้าสู่โลกอนธการในส่วนลึกของจิตวิญญาณ

วิญญาณของจอมปีศาจคุกรัตติกาลถูกมหามรรคเวียนว่ายตายเกิดคุมขังไว้ ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้

เมื่อสัมผัสได้ว่าจิตดั้งเดิมของหานเจวี๋ยกำลังจับจ้องตน จอมปีศาจคุกรัตติกาลก็ตะโกนขึ้นมาอย่างลนลานว่า “อย่าฆ่าข้า ข้าผิดไปแล้วจริงๆ!”

หานเจวี๋ยเอ่ยอย่างใจเย็น “ข้าเคยให้โอกาสเจ้าแล้ว เจ้าก็ปฏิเสธได้ แต่เจ้ากลับอาศัยอยู่ในโลกเขย่าพิภพของข้า หากเป็นเจ้า เจ้าจะยอมให้จักรพรรดิเซียนแปลกหน้าคนอื่นอาศัยอยู่ในดินแดนของเจ้าหรือ”

จอมปีศาจคุกรัตติกาลยิ้มอย่างขมขื่น “ข้าสำนึกผิดแล้วจริงๆ ข้ายินดีที่จะเข้าร่วมสำนักซ่อนเร้น!”

ช่วงเวลาที่ถูกกักขังนี้ เขารู้สึกหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด

ปราณแห่งอนธการที่มีอยู่ในโลกอนธการแห่งนี้กำลังกัดกินจิตวิญญาณของเขาไม่ว่างเว้นตลอดเวลา ทำให้เขาต้องทนทุกข์ทรมาน

“จริงหรือ ในใจเจ้ายังคงเกลียดข้าอยู่กระมัง” หานเจวี๋ยแค่นเสียงกล่าว

จอมปีศาจคุกรัตติกาลตะโกนร้องว่า “ไม่ใช่! จะเป็นไปได้อย่างไร!”

ถึงจะพูดเช่นนี้ แต่ระดับความเกลียดชังกลับไม่ได้ลดลงเลย

หนทางของเจ้าหมอนี่ยังคับแคบอยู่ ไม่รู้จักความเท่ามารสวรรค์เบิกฟ้าเอาเสียเลย

“ลองดูไปก่อนแล้วกัน ตอนนี้ข้าจะยังไม่ฆ่าเจ้า”

หานเจวี๋ยทิ้งคำพูดไว้เพียงเท่านั้นก่อนที่จะตัดการเชื่อมต่อพลังจิต

จอมปีศาจคุกรัตติกาลเป็นจักรพรรดิเซียนห้าวัฏ ไม่อาจที่จะดูเบาได้ หานเจวี๋ยต้องเพิ่มตราประทับหกวิถีให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพื่อควบคุมจอมปีศาจคุกรัตติกาลอย่างสมบูรณ์

ภายในถ้ำเทวา หานเจวี๋ยลืมตาขึ้น

เขาหยิบป้ายคำสั่งมรรคาสวรรค์ออกมาตรวจดู อันดับของโลกเขย่าพิภพได้ไต่ขึ้นไปถึงอันดับที่สามสิบเก้าแล้ว

ตบะที่สูงสุดในโลกมนุษย์ทะยานขึ้นไปถึงเซียนพิภพไท่อี่ระยะปลาย และหากเอ่ยถึงพลังการต่อสู้ที่สูงที่สุดอันที่จริงก็ไม่คู่ควรกับลำดับที่สามสิบเก้านัก

แต่ว่าโลกเขย่าพิภพมีสรรพชีวิตมากมาย ผู้บำเพ็ญระดับเซียนอิสระ ระดับมหายานและระดับฝ่าด่านเคราะห์แทบจะถือกำเนิดวันละคน

เมื่อทอดสายตามองดูทั่วทั้งโลกเขย่าพิภพ การต่อสู้มีไม่สู้เมื่อก่อน ภายใต้การส่งเสริมในเงามืดของพุทธะอาภรณ์ขาว ทั่วใต้หล้าล้วนก่อกระแสบำเพ็ญตบะอย่างบ้าคลั่ง

การเพิ่มขึ้นของพลังวิญญาณ การแพร่กระจายของมรรถวิถีนิกายฉ่าน ทำให้เหล่าผู้บำเพ็ญไม่ต้องแย่งชิงทรัพยากรในการบำเพ็ญตบะไปทั่ว ก็สามารถบำเพ็ญตบะได้อย่างสบายใจ

ไม่เพียงเช่นนี้ เกณฑ์การฝึกบำเพ็ญก็ลดลงด้วย

เมื่อเทียบกับตอนที่หานเจวี๋ยเพิ่งถือกำเนิด พลังวิญญาณของโลกเขย่าพิภพก็เพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยเท่า ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ แม้แต่คนที่ไร้ประโยชน์ที่สุดก็ยังสามารถบำเพ็ญตบะได้

ระดับปราณก่อกำเนิดไม่ใช่ยอดฝีมืออีกต่อไป ถึงขั้นที่ค่อนข้างอ่อนแอด้วยซ้ำ

เมื่อหานเจวี๋ยได้รู้เรื่องทั้งหมดนี้ ก็จนปัญญาเป็นอย่างมาก

ปัญหาที่จะตามมาภายหลังคงไม่น้อยเลยทีเดียว

หานเจวี๋ยนำกายเนื้อของพุทธะพิชิตชัยออกมา ท่าทางราวกับกำลังครุ่นคิด

อู้เต้าเจี้ยนเมื่อมองเห็นพุทธะพิชิตชัย ก็อดเบิกดวงตาคู่สวยนั้นขึ้นมาไม่ได้

นางสัมผัสได้ถึงรัศมีอันน่าหวาดกลัวที่แผ่ซ่านออกมาจากกายเนื้อนี้ ตกใจจนไม่กล้าเอ่ยอะไรออกมา

“กายเนื้อที่แข็งแกร่งเพียงนี้ทิ้งไปก็น่าเสียดาย มอบให้ผู้อื่น ก็เกรงว่าผู้อื่นจะแบกรับไม่ไหว”

หานเจวี๋ยครุ่นคิดอย่างเงียบๆ

หรือจะกลั่นหลอมกายเนื้อของเจ้าหมอนี่ให้กลายเป็นร่างแยกวัฏจักร?

ก็ได้นี่นา

แต่ว่าต้องให้หานเจวี๋ยบรรลุถึงจักรพรรดิเซียนห้าวัฏก่อนค่อยดำเนินการ เพื่อหลีกเลี่ยงเหตุสุดวิสัย

วิธีการของจักรพรรดิเซียนมีมากมายเกินไป แม้ว่าวิญญาณของพุทธะพิชิตชัยจะถูกดับทำลายไปแล้ว ทว่าหากวิญญาณของเจ้าหมอนี่กลับมาเกิดใหม่ตามกาลเวลาที่ผ่านไปเล่า

หานเจวี๋ยคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะนำกายเนื้อของพุทธะพิชิตชัยทิ้งไปในโลกอนธการ และปิดผนึกด้วยปราณแห่งอนธการและมหามรรคเวียนว่ายตายเกิด

จอมปีศาจคุกรัตติกาลมองเห็นพุทธะพิชิตชัยที่อยู่ไกลออกไปก็อดเบิกตากว้างไม่ได้

“พุทธะพิชิตชัย! เป็นไปได้อย่างไรกัน!”

จอมปีศาจคุกรัตติกาลถูกทำให้ตกใจ

ชื่อของพุทธะพิชิตชัย กึกก้องดั่งฟ้าคำรามในแดนเซียน

จอมปีศาจคุกรัตติกาลเคยพ่ายแพ้ใต้เงื้อมของมือพุทธะพิชิตชัย ก่อนหน้านี้ไม่นานได้ยินมาว่าพุทธะพิชิตชัยตกตาย เขาก็ดีใจแทบแย่

แต่คิดไม่ถึงว่าพุทธะพิชิตชัยจะอยู่ที่นี่…

ช้าก่อน!

นั่นคือกายเนื้อ ไม่ใช่จิตวิญญาณ!

หรือว่า…

จอมปีศาจคุกรัตติกาลคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จิตวิญญาณพลันสั่นสะท้าน

[จอมปีศาจคุกรัตติกาลเกิดความประทับใจในตัวท่าน ระดับความประทับใจในขณะนี้คือ 5 ดาว]

เมื่อหานเจวี๋ยมองเห็นประโยคที่ปรากฏขึ้นตรงหน้า ก็อดที่จะงุนงงไม่ได้

เหตุใดถึงพุ่งไปถึงห้าดาวเลยเล่า

เขาอดไม่ได้ที่จะกดเปิดภาพประจำตัวของจอมปีศาจคุกรัตติกาลขึ้นมาตรวจดู

[จอมปีศาจคุกรัตติกาล: จักรพรรดิเซียนห้าวัฏ หนึ่งในจอมปีศาจของวังปีศาจ มาจากเผ่าหงส์คุกรัตติกาลในสมัยโบราณ เนื่องจากรู้ว่าท่านเป็นผู้สังหารพุทธะพิชิตชัย จึงเกิดความเคารพยำเกรงต่อท่านอย่างสุดซึ้ง ไม่กล้าต่อต้านท่าน ระดับความประทับใจในขณะนี้คือ 5 ดาว]

หานเจวี๋ยแปลกใจ

พุทธะพิชิตชัยก็มีประโยชน์เช่นนี้ด้วยหรือ

หานเจวี๋ยกลับไม่ได้เปลี่ยนความตั้งใจ เขายังคงรอให้ตราประทับหกวิถีทวีความลึกซึ้งขึ้นก่อนค่อยปล่อยจอมปีศาจคุกรัตติกาลออกมา


ยมโลก

เบื้องบนแม่น้ำปรโลก

คนในชุดกันฝนผู้หนึ่งหยุดอยู่กลางอากาศ เขาปรายตามองลงไปที่แนวปะการังเล็กๆ ในทะเลเบื้องล่าง

“ตรงนี้แหละ เขามาถึงตรงนี้แล้วก็หยุดลง!”

คนในชุดกันฝนถอดพลังจิตออกมา กวาดเข้าไปในแนวปะการัง

เกาะสำนักซ่อนเร้น?

เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของหุ่นเชิดแห่งสวรรค์ ที่เหมือนกับหานเจวี๋ยไม่มีผิดเพี้ยน

เขากำหมัดในทันทีและเอ่ยว่า “จักรพรรดิเซียนวัฏจักร ครั้งก่อนเป็นข้าที่ประมาท ครั้งนี้ข้ายินดีมอบสิ่งที่ท่านต้องการให้ก่อน ท่านได้โปรดอย่าทอดทิ้งข้าเลยนะ!”

เขาไม่ได้รับคำตอบ ยิ่งกระวนกระวายใจมากขึ้นไปอีก

“จักรพรรดิเซียนวัฏจักร หากสิ่งที่ข้าต้องการยังมาไม่ถึง ข้าก็สามารถรอได้!”

คนในชุดกันฝนกัดฟันเอ่ย เห็นได้ชัดว่าภายในใจแบกรับความทุกข์ทรมานอย่างใหญ่หลวง

หุ่นเชิดแห่งสวรรค์ที่อยู่ภายในเกาะลืมตาขึ้น หานเจวี๋ยได้ยินวาจาของคนในชุดกันฝนผ่านมัน

‘เจ้าหมอนี่ตามมาทันได้อย่างไรกัน’

บทที่ 273
‘เขายกย่องข้าเป็นจักรพรรดิเซียนวัฏจักร ยามนี้เป็นฝ่ายส่งสมบัติ หากข้าปฏิเสธ เขาจะอับอายจนพาลโกรธและกลายเป็นศัตรูของข้าหรือไม่

แต่หากข้ายอมรับ นั่นจะไม่เป็นการล่วงเกินจักรพรรดิเซียนวัฏจักรหรือ’

หานเจวี๋ยลูบปลายคาง จมสู่ห้วงภวังค์ความคิด

จะรับหรือไม่นั้น นี่เป็นปัญหาที่ควรค่าแก่การไตร่ตรองอย่างหนึ่ง

เมื่อเห็นว่าคนในชุดกันฝนไม่ยอมจากไป หานเจวี๋ยก็ถอนหายใจออกมา ได้แต่มุ่งหน้าไปด้วยตนเองเท่านั้น

จิตดั้งเดิมของเขากระโจนเข้าสู่ยมโลกทันที ร่ายสำแดงเมฆตีลังกา กระโจนมุ่งสู่เกาะสำนักซ่อนเร้นในทันใด

เมื่อเห็นจิตดั้งเดิมของหานเจวี๋ยปรากฏ คนในชุดกันฝนก็รู้สึกยินดีเป็นล้นพ้น รีบโค้งกายคำนับเป็นพัลวัน

หานเจวี๋ยกล่าวว่า “เจ้ารออีกหน่อยก็ได้ จนกว่าข้าจะเป็นผ่ายไปหาเจ้าเอง”

คนในชุดกันฝนกล่าวทอดถอนใจ “ท่านหายไปตั้งหลายปีเพียงนี้ ข้าเกรงว่าหากรอต่อไปจะไม่สามารถรอท่านได้แล้ว”

หานเจวี๋ยรู้สึกสงสัย เหตุใดท่าทีของเจ้าหมอนี่ถึงเปลี่ยนไปจากหน้ามือกลายเป็นหลังมือเช่นนี้

ก่อนหน้านี้ยังมีท่าทีไม่เกรงใจอย่างมาก คำก็เจ้าสองคำก็เจ้า

ตอนนี้จากเจ้ากลายเป็นท่านเสียแล้ว

หรือว่าหลายปีมานี้ เจ้าหมอนี่จะประสบกับเรื่องอะไรเข้าให้แล้ว?

หานเจวี๋ยเอ่ยถาม “เหตุใดถึงพูดเช่นนั้น”

คนในชุดกันฝนก็ไม่ได้ปิดบัง เอ่ยว่า “ข้าถูกพญายมสยบกำราบ ถูกทุบตีเข้าไปในแรงกรรมไร้ขอบเขต หลังจากมหาเคราะห์เริ่มต้นขึ้น ข้าก็ธาตุไฟเข้าแทรกตกเข้าสู่แรงกรรมของโลกลอยล่อง ไม่อาจพลิกตัวตลอดกาลจนกว่าจะร่างดับมรรคสาบสูญ”

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา คนในชุดกันฝนก็ถอนหายใจอีกครั้งอย่างอดไม่ได้

อนาถถึงเพียงนี้เชียว?

หานเจวี๋ยเลิกคิ้ว

พญายมเก่งกาจขนาดนั้นเลยหรือ?

มิน่าเล่าก่อนหน้านี้ตอนที่เขาเดินผ่านเมืองยมบาล ถึงได้รู้สึกไม่ปลอดภัยอยู่เนืองๆ

ไม่สามารถเอาพญายมในไซอิ๋วมาแทนพญายมของที่นี่ได้

“สิ่งที่ท่านต้องการข้าสามารถนำมาให้ท่านได้ในทันที แต่หลังจากข้าตายไปแล้ว ขอเพียงท่านทำตามสัญญาที่เคยให้ไว้กับข้าในตอนแรก!” คนในชุดกันฝนกล่าวเสียงขรึม

เขายกมือขวาขึ้น ที่กลางฝ่ามือปรากฏดอกบัวสีดำขึ้นมาดอกหนึ่ง

ดอกบัวสีดำนี้แปลกพิสดารอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ มีกลีบบัวสามสิบหกกลีบ ทั่วทั้งดอกมีสีดำสนิท แผ่ซ่านกลิ่นอายอัปมงคลและแปลกพิศวงออกมา

หานเจวี๋ยใช้พลังจิตเจาะเข้าไปในบัวสีดำดอกนี้ ชั่วเวลาไม่นาน พลังอันน่ากลัวหอบหนึ่งก็ได้กลืนกินพลังจิตของเขาในทันที ทำให้เขาตกใจจนรีบตัดขาดพลังจิตอย่างรวดเร็ว

‘นี่คือของอะไรกัน!’

หานเจวี๋ยตกใจ เวลาเพียงชั่วครู่นั้นเขาสัมผัสได้ว่าจิตดั้งเดิมของตนจะถูกบัวดำดอกนี้กลืนกินเข้าไปเสียแล้ว

“บัวดำล้างโลกสามสิบหกวัฏจักร เพื่อให้ได้ของสิ่งนี้มา ข้าสละกายเนื้อของตน สละความเป็นไปได้ในการกลับชาติมาเกิด เพื่อแลกมันจากบรรพชนมาร”

เขาในตอนนี้เป็นเพียงแค่ภูตผีที่แข็งแกร่งตนหนึ่งก็เท่านั้น

แข็งแกร่งเพียงใด ก็ยังเป็นผีอยู่ดี

หานเจวี๋ยเอ่ยถามว่า “แลกมา? บรรพชนมารมีสมบัติที่แข็งแกร่งเพียงนี้ เหตุใดถึงกวาดล้างแดนเซียนเล่า”

เขารู้ถึงความมักใหญ่ใฝ่สูงของเผ่ามาร

“ท่านกำลังกล่าววาจาล้อเล่น เขาพ่ายแพ้ยับเยินในมหาเคราะห์ไร้ขอบเขต ถูกมรรคาสวรรค์ขับไล่ เขาไม่สามารถกลับไปยังแดนเซียนได้อีก ทำได้เพียงฝากความหวังไว้กับเผ่ามาร ที่ข้ามอบกายเนื้อให้กับเผ่ามารก็เพื่อให้เผ่ามารมีร่างของจักรพรรดิเซียนอยู่ในแดนเซียน”

วาจาของคนในชุดกันฝนทำเอาหานเจวี๋ยต้องขมวดคิ้ว

‘เผ่ามารนี่ช่างคิดชั่วไม่เลิกจริงๆ เข้าแทรกแซงไปหมดทุกที่!’

มีสำนักมารอยู่ในโลกมนุษย์ สำนักพุทธในแดนเซียนก็มีจิตมาร แม้กระทั่งยังต้องซื้อใจจักรพรรดิเซียนอีกด้วย

หานเจวี๋ยสงสัยว่าในวันใดวันหนึ่ง เผ่ามารจะกวาดล้างปวงสวรรค์หมื่นโลกาอีกครั้ง

ไม่ว่าจะมองอย่างไร บรรพชนมารก็ดูเหมือนเป็นวายร้ายขั้นสุด!

คนในชุดกันฝนยกมือขึ้นผลักคราหนึ่งง บัวดำล้างโลกสามสิบหกวัฏจักรก็ลอยมาทางหานเจวี๋ย

หานเจวี๋ยขัดขืนโดยสัญชาตญาณ ผลปรากฏว่าบัวดำล้างโลกสามสิบหกวัฏจักรพลันเร่งความเร็วและชนเข้ากับจิตดั้งเดิมของเขาในทันที

หานเจวี๋ยตกใจเป็นอย่างมาก อยากขับไล่บัวดำล้างโลกสามสิบหกวัฏจักรออกไป แต่บัวดำล้างโลกสามสิบหกวัฏจักรกลับหายไปเสียแล้ว

จบกัน!

หานเจวี๋ยกระวนกระวายขึ้นมาแล้ว

คนในชุดกันฝนกล่าวยิ้มๆ ว่า “ในเมื่อท่านยอมรับแล้ว เช่นนั้นข้าเชื่อว่าท่านจะสามารถทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับข้าได้สำเร็จอย่างแน่นอน!”

กล่าวจบ คนในชุดกันฝนก็หันหลังเดินจากไป

[นักพรตเต๋าอวี้จือเกิดความประทับใจในตัวท่าน ระดับความประทับใจในขณะนี้คือ 5 ดาว]

หานเจวี๋ยมองอักขระแถวหนึ่งที่ปรากฏขึ้นข้างหน้า อดจนในคำพูดไม่ได้

ทอดมองเงาหลังของนักพรตเต๋าอวี้จือแล้ว เขาตั้งท่าที่จะพูดแต่ก็หยุดไป

‘เจ้ายังไม่ได้พูดคำสัญญาเลย!’

หานเจวี๋ยกลัวว่าจะเผลอหลุดปากออกไป ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง สุดท้ายก็ปล่อยมันไป

ไม่แน่ว่าอาจจะทำให้เกิดปัญหาก็ได้

หานเจวี๋ยกระโจนออกมาจากยมโลกในทันที จิตดั้งเดิมกลับคืนร่าง

เขารีบตรวจสอบกายเนื้อในทันใด ด้วยกลัวว่าตนเองจะถูกบัวดำล้างโลกสามสิบหกวัฏจักรทำร้ายจนตัวตาย

แต่เขาหาอยู่นานก็ไม่พบ

เขาไม่เชื่อในความชั่วร้าย ยังคงค้นหาต่อไป

หลังจากผ่านไปหลายชั่วยาม ในที่สุดหานเจวี๋ยก็หาพบแล้ว

คิดไม่ถึงว่าจะถูกซ่อนอยู่ในโลกอนธการ ตั้งอยู่ในส่วนลึกภายในดวงดาวแห่งหนึ่ง

หานเจวี๋ยไม่สามารถบังคับขับไล่มันออกมาได้ แต่เขาพบว่าบัวดำล้างโลกสามสิบหกวัฏจักรไม่ได้ทำอันตรายเขาเลย

ปราณแห่งอนธการกำลังชะล้างบัวดำล้างโลกสามสิบหกวัฏจักร แม้ว่าผลลัพธ์จะเล็กน้อยมาก แต่หากยังคงทำต่อไป บางทีสักวันหนึ่งบัวดำล้างโลกสามสิบหกวัฏจักรจะสามารถแปลงร่างเป็นของวิเศษที่เป็นของเขาได้อย่างสมบูรณ์

หานเจวี๋ยถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

ไม่มีอันตรายก็ดี

เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เอ่ยปากขึ้นว่า “อู้เต้าเจี้ยน ออกไปก่อน”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ อู้เต้าเจี้ยนที่กำลังฝึกบำเพ็ญอยู่ก็หยัดกายลุกขึ้นจากไปในทันที

หลังจากที่นางจากไปแล้ว หานเจวี๋ยก็เปิดปากเรียกหาจักรพรรดิสวรรค์

คราวนี้จักรพรรดิตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว “มีเรื่องใดหรือ”

“ท่านรู้จักบัวดำล้างโลกสามสิบหกวัฏจักรหรือไม่”

“เจ้ารู้จักของสิ่งนี้จากที่ใด”

เสียงของจักรพรรดิสวรรค์นั้นเคร่งขรึมอย่างที่สุด ทำให้หานเจวี๋ยตระหนักได้ว่าเจ้าของพรรค์นี้ไม่ธรรมดาจริงๆ

หานเจวี๋ยตอบในทันทีว่า “ข้าพบกับคนผู้หนึ่ง เขาคิดว่าข้าเป็นจักรพรรดิเซียนวัฏจักร และยังนำบัวดำล้างโลกสามสิบหกวัฏจักรออกมา บอกว่าจะมอบให้กับข้า แต่ของพรรค์นั้นมีกลิ่นอายน่ากลัวเกินไป ข้าตกใจจนหนีออมาในทันที”

“หืม? จักรพรรดิเซียนวัฏจักรกำลังตามหาบัวดำล้างโลกสามสิบหกวัฏจักรอยู่หรือ”

จักรพรรดิสวรรค์ที่อยู่ห่างไกลในแดนเซียนอดขมวดคิ้วไม่ได้

ในเวลานี้ จักรพรรดิสวรรค์กำลังนั่งอยู่บนที่นั่งสีทองโอ่อ่าที่มีมังกรเก้าตัวพันเกี่ยว ปรายตามองดูเทพเซียนเจ้าสังหารเผ่าปีศาจ

เขาจิตใจว้าวุ่น ลอบคิดกับตัวเองในใจว่า “จักรพรรดิเซียนวัฏจักรคิดจะทำสิ่งใด หรือว่าการดำรงอยู่ลึกลับที่ถือครองหนังสือสาปแช่งก็คือจักรพรรดิเซียนวัฏจักร? เจ้าหมอนี่ไม่รู้ว่าเทือกเถาเหล่ากอมาจากที่ใด และก็ไม่รู้จุดประสงค์ของเขาว่าคืออะไร เรียกได้ว่าเป็นบุคคลที่ลึกลับที่สุดในหมื่นโลก”

“เขาต้องจับตาดูหานเจวี๋ยอยู่อย่างแน่นอน!”

หานเจวี๋ยเป็นถึงสมบัติของจักรพรรดิสวรรค์ มีหรือจะปล่อยให้จักรพรรดิเซียนวัฏจักรแตะต้องได้?

จักรพรรดิสวรรค์ถ่ายทอดเสียงไปให้หานเจวี๋ยทันที กล่าวว่า “เจ้าพบคนผู้นั้นที่ไหน”

หานเจวี๋ยกล่าวว่า “ยมโลก”

“หลังจากนี้ไปยมโลกให้น้อยลง วังสวรรค์ควบคุมยมโลกไม่ได้ ความสัมพันธ์ระหว่างเมืองยมบาลและวังสวรรค์คือการช่วยเหลือซึ่งกันและกันเท่านั้น”

“ข้าเข้าใจ ท่านช่วยบอกที่มาของบัวดำล้างโลกสามสิบหกวัฏจักรข้าให้ฟังได้หรือไม่”

จักรพรรดิสวรรค์ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ยังเล่าที่มาของสมบัติชิ้นนี้ออกไป

ตามตำนานกล่าวว่าเมื่อโลกาสวรรค์เปิดขึ้นครั้งแรก บัวสี่ดอกได้ถือกำเนิดขึ้นระหว่างฟ้าดิน ซึ่งบรรจุกฎสูงสุดสี่อย่างที่แตกต่างกัน หากได้ครองหนึ่งในนั้น จะสามารถหยั่งถึงมหามรรคได้

หลังจากผ่านมหาเคราะห์ไร้ขอบเขตทั้งสี่บัวดอกหนึ่งในนั้นก็เปลี่ยนเป็นบัวดำล้างโลกสามสิบหกวัฏจักร

บัวดำล้างโลกสามสิบหกวัฏจักรบรรจุแรงกรรมอันน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งเอาไว้ ก่อนที่มรรคาสวรรค์จะถึงยุคมหาเคราะห์ สามารถเปิดมหาเคราะห์ไร้ขอบเขตได้ทันที!

ดอกบัวสีดำนี้ได้สะสมแรงกรรมของมหาเคราะห์ไร้ขอบเขตทั้งสี่เอาไว้ น่าหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด

จักรพรรดิสวรรค์เอ่ยเตือนว่า “ดอกบัวสีดำนี้เดิมทีควรถูกปราบในสถานที่มืดมิดภายใต้วัฏจักรพร้อมกับบรรพชนมาร การที่บรรพชนมารปล่อยมันออกมา ย่อมไม่มีเจตนาดีอย่างแน่นอน ของสิ่งนี้แม้แต่เราเองก็ขยาดกลัวหาที่เปรียบไม่ได้ เจ้าอย่าได้ไปยุ่งเกี่ยวกับมันเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นเราเองก็ช่วยเจ้าไม่ได้”

หานเจวี๋ยอึกอัก ‘ข้ายุ่งเกี่ยวไปแล้ว สลัดก็สลัดไม่หลุด’

สีหน้าของเขาจริงจังเป็นอย่างมาก กล่าวว่า “ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะไม่แตะต้องของพรรค์นั้นเด็ดขาด!”

บทที่ 274
จักรพรรดิสวรรค์ดูราวจะยุ่งยิ่งนัก หลังจากเตือนหานเจวี๋ยแล้วก็จบบทสนทนาทันที

หานเจวี๋ยจมสู่ห้วงภวังค์ความคิด

หลังฟังคำแนะนำของจักรพรรดิสวรรค์แล้ว เขารู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก

ที่มาของบัวดำล้างโลกสามสิบหกวัฏจักรน่ากลัว สามารถเปิดมหาเคราะห์ไร้ขอบเขตได้ในทันที แม้กระทั่งจักรพรรดิสวรรค์เองก็ยังหวาดกลัวมันมาก ของชั่วร้ายพรรค์นี้หานเจวี๋ยต่อต้านโดยสัญชาตญาณ

จนใจที่เขาไม่สามารถขับไล่บัวดำล้างโลกสามสิบหกวัฏจักรออกจากร่างได้

หานเจวี๋ยเริ่มย้อนนึกถึงบทสนทนาระหว่างเขากับนักพรตเต๋าอวี้จือก่อนหน้านี้

เขาลองคิดว่าหากเขาเป็นนักพรตเต๋าอวี้จือ เขาจะเชื่ออีกฝ่ายหรือไม่

ภายใต้สถานการณ์ที่ต้องจ่ายในราคามหาศาล หานเจวี๋ยย่อมต้องระมัดระวังให้มาก

บทสนทนาระหว่างคนทั้งสองที่มีเพียงไม่กี่คำ แต่นักพรตเต๋าอวี้จือก็ยอมยกยอดสมบัติที่ใช้กายเนื้อแลกมาให้แล้วเช่นนี้ มันก็น่าแปลกจริงๆ

หรือว่านี่ก็คือหลุมพรางอย่างหนึ่ง?

หานเจวี๋ยนึกถึงหินซ่อมฟ้าที่ไท่ซู่เทียนจัดหามาให้ ในใจก็รู้สึกไม่สงบมากขึ้น

เขาเรียกค่าความสัมพันธ์ออกมาตรวจสอบภาพประจำตัวของนักพรตเต๋าอวี้จือ

[นักพรตเต๋าอวี้จือ: จักรพรรดิเซียนสองวัฏ ภูตผีในยมโลก เคยเป็นผู้บำเพ็ญมหามรรคในแดนเซียน แต่เนื่องด้วยครอบครัวถูกฆ่าล้างสังหาร วิญญาณจึงถูกสยบอยู่ในส่วนลึกของปรโลก ตัวเขาเองก็เผชิญกับการสาปแช่งจากผู้ทรงพลังวังเทพ ดังนั้นจึงกราบบูชาจักรพรรดิเซียนวัฏจักรผู้ลึกลับ เนื่องด้วยท่านสืบทอดกลิ่นอายของจักรพรรดิเซียนวัฏจักร อีกทั้งยอมรับบัวดำล้างโลกสามสิบหกวัฏจักรที่ทรมานเขาทุกวันคืน เขาจึงเกิดความประทับใจในตัวท่าน ระดับความประทับใจในขณะนี้คือ 5 ดาว]

ทรมานเขาทุกวันคืน…

‘มารดามันเถอะ! เจ้าเฒ่าหน้าเนื้อใจเสือ!

มิน่าเล่าถึงไม่บอกข้าว่าสัญญาอะไร!’

หานเจวี๋ยก่นด่าในใจ คิดไว้แล้วไม่มีผิด ล้วนเป็นจิ้งจอกเฒ่าหมื่นปี ไม่มีผู้ใดเชื่อถือได้สักคน

โชคดีที่กายดาราอนธการของเขาแข็งแกร่งพอที่จะสามารถชำระบัวดำล้างโลกสามสิบหกวัฏจักรได้

หานเจวี๋ยหายใจเข้าลึกๆ พยายามปรับอารมณ์ให้คงที่

ไม่ว่าอย่างไร บัวดำล้างโลกสามสิบหกวัฏจักรก็ตกเป็นของเขาแล้ว

เพื่อประโยชน์ของปวงสวรรค์หมื่นโลกา เขาต้องชำระของสิ่งนี้ให้บริสุทธิ์!

หานเจวี๋ยสัมผัสได้ถึงความรับผิดชอบของตนที่มีมากขึ้น เหนือศีรษะแผ่รัศมี

บำเพ็ญตบะต่อไปดีกว่า

มีบัวดำล้างโลกสามสิบหกวัฏจักรแล้ว ยิ่งไม่อาจเข้าร่วมเคราะห์ได้!

แววตาของหานเจวี๋ยแปรเปลี่ยนเป็นความแน่วแน่

ไม่ว่าจะเจอปัญหาแบบใด ความยากลำบากระดับไหน เขาจะไม่มีวันลืมความตั้งใจแรกของตนเป็นอันขาด


พริบตาเดียว เวลาผ่านไปสิบกว่าปี

หานเจวี๋ยต้อนรับอายุขัยสามพันปี

[ตรวจสอบพบว่าท่านมีอายุสามพันปีแล้ว ท่านมีตัวเลือกดังต่อไปนี้]

[หนึ่ง สำเร็จมรรคผลขึ้นสู่สวรรค์ทันที ช่วงชิงดวงชะตายิ่งใหญ่ จะได้รับชิ้นส่วนมหามรรค สืบทอดพลังวิเศษหนึ่งครั้ง]

[สอง ยังไม่ขึ้นสู่สวรรค์ชั่วคราว อยู่ห่างจากภัยพิบัติ จะได้รับชิ้นส่วนมหามรรค ยอดสมบัติหนึ่งชิ้น]

หานเจวี๋ยเลือกตัวเลือกที่สองอย่างเงียบๆ

ไม่ทันรู้ตัวเขาก็อายุสามพันปีแล้ว

‘เฮ้อ! เวลาช่างผ่านไปเร็วจริงๆ!’

หานเจวี๋ยถอนหายใจออกมาพลางทอดมองข้อความแจ้งเตือนที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า

[ยินดีด้วย ท่านได้รับอาภรณ์มหามรรคบัญชาสวรรค์]

[อาภรณ์มหามรรคบัญชาสวรรค์: สมบัติวิญญาณป้องกันระดับเทพ ชุดนักพรตที่กลั่นหลอมขึ้นมาท่ามกลางกฎมรรคาสวรรค์ มีพลังป้องกันที่แข็งแกร่งถึงที่สุด สามารถแบกรับการบุกโจมตีของระดับต่ำกว่าระดับเทพได้ แต่ไม่สามารถแบกรับการโจมตีจากจักรพรรดิเซียนต่อเนื่องเกินครึ่งชั่วยาม]

สมบัติวิญญาณป้องกันระดับเทพ!

ดวงตาของหานเจวี๋ยเป็นประกาย ลมหายใจพลันถี่กระชั้นขึ้นมาในทันที

มีสมบัตินี้แล้ว เขาก็ไม่ต้องกลัวว่าจักรพรรดิเซียนจะโจมตีเขา!

ช่างดียิ่งนัก!

หานเจวี๋ยรีบหยิบอาภรณ์มหามรรคบัญชาสวรรค์ออกมา ชุดนี้เป็นเสื้อคลุมสีขาว บริเวณข้อต่อเลี่ยมด้วยเครื่องประดับที่ดุจดั่งหยดน้ำใสวาว กลิ่นอายเซียนโดดเด่นไร้มลทิน

หลังจากยอมรับเจ้าของแล้ว หานเจวี๋ยก็สวมมันไว้บนร่างกาย

อู้เต้าเจี้ยนกล่าวชื่นชมว่า “นายท่าน อาภรณ์นี้ของท่านช่างงดงามยิ่งนัก!”

สายตาของนางจ้องมองไปที่อาภรณ์ดวงชะตาจักรพรรดิสูงศักดิ์ที่หานเจวี๋ยถอดออกไว้ข้างกาย สายตากระตือรือร้น

หานเจวี๋ยเข้าใจสิ่งที่นางคิด แต่กลับไม่คิดให้ในสิ่งที่นางต้องการ

‘แม่นางผู้นี้ก็ไม่ได้ออกไปฝึกบำเพ็ญที่ไหนสักหน่อย จะใส่เสื้อเวทดีๆ เช่นนี้ไปด้วยเหตุใดกัน’

หานเจวี๋ยอารมณ์ดีไม่น้อย ลุกขึ้นแล้วเอ่ยว่า “ไปกันเถิด ข้าจะเตรียมเทศนาธรรม”

เมื่ออู้เต้าเจี้ยนได้ยิน ดวงตาก็สว่างวาบขึ้นอย่างอดไม่ได้


วังเทพ

ซูฉีกำลังบำเพ็ญตบะ พลันมีเสียงสายหนึ่งดังลอยเข้ามาจากนอกห้องโถง

“ศิษย์ของวังเทพทุกคน มาที่ตำหนักเทพยุทธ์!”

เสียงของจักรพรรดิเทพกระบี่!

ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงพุ่งเป้ามาที่เขา แต่กลับเป็นศิษย์ของวังเทพทั้งหมด!

ซูฉีขมวดคิ้วมุ่น รู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก

หรือจะเกิดเรื่องขึ้นแล้ว?

เขาลุกขึ้นและก้าวไปข้างหน้าทันที

หลังจากเหาะออกจากตำหนักบรรทม ซูฉีเห็นเหล่าศิษย์ของวังเทพกำลังบินไปในทิศทางเดียวกันอย่างมืดฟ้ามัวดินจนดูราวกับศรพิรุณ จำนวนนับไม่หวาดไม่ไหว

ซูฉีรีบร้อนเข้าขวางศิษย์หญิงนางหนึ่งไว้อย่างรวดเร็ว ก่อนเอ่ยถามว่า “เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือ”

ศิษย์หญิงสีหน้าหวาดกลัว เอ่ยว่า “วังเทพจะร่วมมือกับวังสวรรค์และสำนักพุทธเพื่อล้อมปราบวังปีศาจ ทุกเผ่าพันธุ์ ทุกราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์รวมถึงทุกครอบครัวในแดนสวรรค์ทั้งหมดเริ่มเข้าร่วมทัพ มหาเคราะห์โลกาสวรรค์มาเยือนแล้ว!”

เมื่อซูฉีได้ยินเช่นนี้ ก็อดที่จะตื่นตระหนกไม่ได้

เกี่ยวกับมหาเคราะห์ไร้ขอบเขต เขาเคยได้ยินมาไม่น้อย ย่อมต้องหวาดกลัวเป็นธรรมดา

‘ดูเหมือนจะได้เวลากลับแล้วสินะ’

ซูฉีคิดอย่างเงียบๆ เขาก็ไม่อยากที่จะเข้าร่วมเคราะห์


หนึ่งปีต่อมา

หานเจวี๋ยเทศนาธรรมเสร็จแล้วก็กลับไปที่ถ้ำเทวาฟ้าประทานของตน

เขาหยิบหนังสือแห่งความโชคร้ายออกมา สาปแช่งจอมปีศาจอินทรีทองไปพลางตรวจสอบกล่องจดหมาย

[หวงจี๋เฮ่าสหายของท่านเผชิญกับการโจมตีจากเทพเซียน] x249821

[หลงซั่นสหายของท่านเผชิญกับการโจมตีจากปีศาจประหลาด] x198005

[มู่หรงฉี่ศิษย์หลานของท่านเผชิญกับการโจมตีจากปีศาจประหลาด] x372098

[จักรพรรดิเทพกระบี่สหายของท่านเผชิญกับการโจมตีจากจักรพรรดิเซียนเผ่าปีศาจ] x23

[ตี้ไท่ไป๋สหายของท่านเผชิญกับการโจมตีจากเทพปีศาจ ได้รับบาดเจ็บสาหัส]

[จอมเทพอู่เต๋อสหายของท่านเผชิญกับการโจมตีจากจักรพรรดิเซียนเผ่าปีศาจ กายเนื้อถูกทำลาย]

[เจียงอี้สหายของท่านเผชิญกับการโจมตีจากยอดแม่ทัพเทพสหายของท่าน ได้รับบาดเจ็บสาหัส]

[ซูฉีศิษย์ของท่านเผชิญกับการโจมตีจากศิษย์ของวังเทพ] x427

[โจวฝานสหายของท่านเผชิญกับการโจมตีจากเทพปีศาจ ได้รับบาดเจ็บสาหัส]


หานเจวี๋ยเลื่อนสายตาไล่อ่านลงมา รู้สึกเพียงว่าน่าอเนจอนาถอย่างหาที่เปรียบไม่ได้

‘นี่ก็คือมหาเคราะห์หรือ เพิ่งจะเริ่มก็เอาเรื่องขนาดนี้แล้ว?’

หานเจวี๋ยขวัญหายใจฝ่อ หวังว่าเคราะห์นี้จะไม่เกี่ยวข้องกับโลกมนุษย์

เขาเพิ่งอายุสามพันปี ไม่อยากจะเสียสละทั้งอย่างนี้

ครึ่งเดือนต่อมา

หลังจากที่หานเจวี๋ยสาปแช่งจอมปีศาจอินทรีทอง จักพรรดิปีศาจและหลี่เสวียนเอ้าเสร็จ เขาก็ยังคงบำเพ็ญตบะต่อไป

ระดับของจักรพรรดิเซียนนั้นยากต่อการบำเพ็ญตบะจริงๆ หานเจวี๋ยยังคงห่างไกลจากระดับจักรพรรดิเซียนสามวัฏอย่างหาที่เปรียบไม่ได้

นี่ทำให้เขารู้สึกเร่งร้อนอย่างมาก

จักรพรรดิเซียนยังอ่อนแอเกินไป!


เวลายี่สิบปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว

นับตั้งแต่ที่วังเทพเข้าร่วมสงคราม ผู้คนในแดนเซียนได้ดิ้นรนเอาชีวิตรอด ทุกแห่งหนล้วนเต็มไปด้วยการเข่นฆ่า

สรรพสิ่งบางตัวในโลกเบื้องบนค่อยๆ หลบหนีลงมายังโลกมนุษย์ บางคนถึงกับต้องการครอบครองโลกเขย่าพิภพ ผู้ที่มารุกล้ำล้วนถูกพุทธะอาภรณ์ขาวกำจัดจนหมดสิ้น

ขอเพียงไม่ใช่จักรพรรดิเซียน พุทธะอาภรณ์ขาวล้วนเป็นฝ่ายลงมือก่อนทั้งนั้น

ในขณะนี้ หานเจวี๋ยกำลังชี้แนะสิงหงเสวียนอยู่ภายในถ้ำเทวา

ตบะของสิงหงเสวียนบรรลุถึงระดับฝ่าด่านเคราะห์แล้ว นางมาถามหานเจวี๋ยว่าจะสำเร็จมรรคผลขึ้นสู่สวรรค์ดีหรือไม่ แต่ถูกหานเจวี๋ยหยุดยั้งไว้

หลังจากได้รู้ถึงความน่าหวาดกลัวของมหาเคราะห์ไร้ขอบเขต สิงหงเสวียนก็ไม่กล้าคิดเรื่องขึ้นสวรรค์อีก

จู่ๆ หานเจวี๋ยก็สัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง หน้าเปลี่ยนสียกใหญ่

เขาพูดเสียงเข้ม “เจ้ากลับไปก่อนเถิด ข้ายังมีเรื่องต้องทำ”

สิงหงเสวียนนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง แต่นางสังเกตเห็นว่าสีหน้าของหานเจวี๋ยไม่ชอบมาพากล จึงพยักหน้าและหยัดกายลุกขึ้นจากไปทันที

จนกระทั่งนางออกจากถ้ำเทวาไปแล้ว หานเจวี๋ยก็รีบหลับตาลง สัมผัสถึงโลกอนธการ

ในส่วนลึกของดวงดาวดวงหนึ่ง บัวดำล้างโลกสามสิบหกวัฏจักรขยับเต้นเหมือนหัวใจ แผ่กระจายแรงกรรมออกมาอย่างต่อเนื่อง

แรงกรรมเหล่านี้ผสานเข้ากับปราณอนธการของหานเจวี๋ย ทำให้หานเจวี๋ยรู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างมาก

จิตรับรู้ของเขากำลังจับจ้องที่บัวดำล้างโลกสามสิบหกวัฏจักรไม่วางตา ในใจรู้สึกประหม่าอย่างถึงที่สุด

คงไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรอกกระมัง?

ช้าก่อน!

หลังจากแรงกรรมและปราณอนธการผสานเข้าด้วยกันแล้ว ปราณอนธการของเขาดูเหมือนจะแข็งแกร่งขึ้น อีกทั้งยังไม่ถูกแรงกรรมแปดเปื้อนด้วย

บทที่ 275
หรือกายดาราอนธการสามารถดูดซับแรงกรรมและแปลงเอามาใช้ประโยชน์เองได้?

หานเจวี๋ยรู้สึกประหลาดใจ

ปราณอนธการเปรียบได้กับการสำรองพลังเวทของเขา ปราณอนธการยิ่งมาก เขาก็ยิ่งแข็งแกร่ง!

นี่นับว่าเป็นความโชคดีของความโชคร้ายได้หรือไม่

หานเจวี๋ยเริ่มสังเกตบัวดำล้างโลกสามสิบหกวัฏจักร

แรงกรรมที่สะสมจากเคราะห์หนักทั้งสี่นั้นน่าสะพรึงจริงๆ หานเจวี๋ยสัมผัสได้ว่าหากตนตกเข้าไปภายในของบัวดำล้างโลกสามสิบหกวัฏจักร เกรงว่าอาจจะถูกแรงกรรมมหันต์กลืนกินจนสิ้นซากในพริบตา

หากหานเจวี๋ยกลืนกินแรงกรรมทั้งหมดนั้นจะเป็นอย่างไร

แค่เขาคิดเล่นๆ หัวใจก็พลันเต้นรัวเร็วขึ้น

ต้าหลัว?

เกรงว่าคงไม่เพียงเท่านั้นแน่!

หานเจวี๋ยไม่ได้ตื่นเต้นจนเกินเหตุ เรื่องนี้ยังต้องเฝ้าสังเกตต่อไป เพื่อเลี่ยงไม่ให้ถูกแรงกรรมทำลายทำลายสภาวะจิต

เวลาหลายเดือนผ่านไปในพริบตา

หานเจวี๋ยพบว่าแรงกรรมไม่สามารถกัดกินกายดาราอนธการของเขาได้ ทำให้เขาเบาใจลงอย่างสิ้นเชิง

ดูเหมือนว่ากายดาราอนธการยังซ่อนนัยเร้นลับที่หานเจวี๋ยไม่เคยรู้เอาไว้อีก

ไม่ใช่คุณสมบัติกายฟ้าบุพกาลธรรมดาๆ เช่นนั้นแน่!

หานเจวี๋ยไม่เชื่อว่าเต้าจื้อจุนก็จะสามารถดูดซับแรงกรรมของบัวดำล้างโลกสามสิบหกวัฏจักรได้ หากเป็นเช่นนั้น บัวดำล้างโลกสามสิบหกวัฏจักรก็คงไม่ถึงขั้นถูกสยบอยู่ภายใต้ปรโลกชั่วนิรันดร์

หานเจวี๋ยกำลังจะถอนจิตรับรู้ออกมา ทว่าเสียงของจอมปีศาจคุกรัตติกาลก็ดังขึ้นเสียก่อน

“ท่านผู้อาวุโส! ข้าสำนึกผิดแล้วจริงๆ! ข้ายินดีจะรับใช้สำนักซ่อนเร้นตลอดไป! ได้โปรดปล่อยข้าไปเถิด!

ข้ารู้ว่าท่านอยู่! ข้าไม่อยากอยู่ที่นี่ต่อไปแล้วจริงๆ!”

เสียงของจอมปีศาจคุกรัตติกาลเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ถึงขั้นเจือไปด้วยแววสะอื้นไห้

หานเจวี๋ยนิ่งอึ้ง

‘ข้าก็ไม่ได้ทรมานเจ้าเสียหน่อย เหตุใดเจ้าถึงได้ดูน่าเวทนาถึงปานนี้’

โดยไม่รู้เลยสักนิดว่าจอมปีศาจคุกรัตติกาลนั้นได้ถูกทรมานเข้าแล้วจริงๆ

บัวดำล้างโลกสามสิบหกวัฏจักรอยู่ในพื้นที่เดียวกับเขา เขาสามารถสัมผัสได้ถึงพลังอันน่าหวาดกลัวถึงขีดสุดในความมืดอย่างชัดเจน เขาที่อยู่ภายใต้สถานะวิญญาณไม่สามารถที่จะป้องกันตัวเองได้ ทำได้เพียงตัวสั่นงันงกเท่านั้น

ทุกวันเขาล้วนใช้เวลาอยู่ท่ามกลางความหวาดกลัวและสิ้นหวัง ในที่สุดก็รอจนกระทั่งหานเจวี๋ยปรากฏตัวขึ้น

หานเจวี๋ยอดที่จะคิดไตร่ตรองไม่ได้

ตราประทับหกวิถีก็ได้ตรึงประทับภายในวิญญาณของจอมปีศาจคุกรัตติกาลอย่างสมบูรณ์ ถือว่าอยู่ภายใต้การควบคุมแล้ว

ช่างเถิด เช่นนั้นก็ปล่อยเขาออกมาก็แล้วกัน

“หลังจากนี้เจ้าจงอยู่ที่เขาเพียรบำเพ็ญเซียน คอยชี้แนะสั่งสอนไก่คุกรัตติกาลให้บำเพ็ญตบะแล้วกัน”

หานเจวี๋ยกล่าวออกมาง่ายๆ เมื่อได้ยินเช่นนี้จอมปีศาจคุกรัตติกาลก็ดีใจจนแทบคลั่ง รีบรับปากว่าจะทุ่มแรงใจชี้แนะสั่งสอนไก่คุกรัตติกาลอย่างแน่นอน

ภายในถ้ำเทวา

หานเจวี๋ยยกมือขึ้น หมอกสีดำระลอกหนึ่งลอยออกมาจากกลางฝ่ามือ ทำเอาอู้เต้าเจี้ยนที่ได้เห็นมองจนตาค้าง

นี่คืออะไร

“เจ้าออกไปเถอะ ไก่คุกรัตติกาลก็อยู่ข้างนอก” หานเจวี๋ยพูดด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก

“ขอบคุณผู้อาวุโสที่ไว้ชีวิตข้า!”

จอมปีศาจคุกรัตติกาลรีบพูดขึ้นเป็นพัลวัน จากนั้นก็บินออกจากถ้ำเทวา

อู้เต้าเจี้ยนเอ่ยถามในทันทีว่าเขาเป็นใคร

หานเจวี๋ยเองก็ไม่ได้ปิดบัง

เมื่อรู้ว่าไก่คุกรัตติกาลกลับมีที่มาที่ไปเช่นนี้ อู้เต้าเจี้ยนก็รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก

‘ท่านไก่ก็ไม่ได้คุยโว มันก็เป็นหงส์จริงๆ!’

หานเจวี๋ยเอ่ยอย่างเคร่งขรึม “ส่วนเขาน่ะ เจ้าไม่สามารถไว้ใจได้อย่างสมบูรณ์ เข้าใจหรือไม่”

อู้เต้าเจี้ยนพยักหน้า ไม่ต้องให้หานเจวี๋ยเอ่ยเตือน นางก็ไม่มีทางไว้ใจจอมปีศาจคุกรัตติกาลได้อย่างสมบูรณ์เช่นกัน ความรู้สึกบีบคั้นที่จอมปีศาจคุกรัตติกาลแผ่ซ่านออกมานั้นแข็งแกร่งเกินไปจริงๆ

ใต้ต้นฝูซัง

เมื่อไก่คุกรัตติกาลเห็นจอมปีศาจคุกรัตติกาลปรากฏตัวก็รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก มันเอ่ยถามด้วยความสงสัยว่า “เหตุใดท่านถึงออกมาจากถ้ำเทวาของนายท่านได้เล่า”

คนอื่นๆ พากันมองไปทางจอมปีศาจคุกรัตติกาลอย่างสงสัยใคร่รู้

อีกาทองสองตัวมีท่าทางราวกับเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ

ราชามังกรสามหัวมองไปทางจอมปีศาจคุกรัตติกาลด้วยความเกรงกลัว

จอมปีศาจคุกรัตติกาลเป็นถึงจักรพรรดิเซียนของเผ่าปีศาจ แม้จะไม่มีกายเนื้อ แต่สำหรับปีศาจประหลาด อานุภาพปีศาจก็น่ากลัวอย่างถึงที่สุดแล้ว

“แค่กๆ ข้าถกมรรคกับผู้อาวุโส หลังจากนี้เป็นต้นไปข้าจะเข้าร่วมกับสำนักซ่อนเร้น ข้าก็คือจอมปีศาจคุกรัตติกาล เคยเป็นจอมปีศาจของวังปีศาจในโลกเบื้องบน มาจากเผ่าหงส์คุกรัตติกาล และเป็นหัวหน้าเผ่า ไก่คุกรัตติกาลก็คือน้องชายครรภ์เดียวกันของข้าที่กลับชาติมาเกิด”

จอมปีศาจคุกรัตติกาลอารัมภบทประโยคหนึ่ง ก่อนเริ่มแนะนำตัวเอง

หลังจากผ่านความหวาดกลัวมาหลายสิบปี เขาก็ไม่สนใจหน้าตาอีกต่อไป ขอเพียงไม่หาเรื่องยั่วโมโหผู้อาวุโสเป็นพอ

เมื่อทุกคนได้ยินเช่นนั้นต่างก็เริ่มให้ความสนใจขึ้นมาตามๆ กัน พากันล้อมวงเข้ามาในทันที

ในเมื่อเป็นคนกันเอง เช่นนั้นก็ไม่ต้องกลัวแล้ว

ด้วยเหตุนี้ จอมปีศาจคุกรัตติกาลจึงเข้าร่วมกับสำนักซ่อนเร้น


แดนเซียน

ภายในตำหนักใหญ่ที่มีแสงเทียนสลัวหรุบหรู่ จักรพรรดิปีศาจกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนเบาะรองนั่ง มีกระบี่สีดำแปลกประหลาดวางพาดอยู่บนตัก

จักรพรรดิปีศาจพลันลืมตาขึ้น หัวคิ้วขมวดมุ่น บ่นพึมพำว่า “คนผู้นี้มีที่มาอย่างไรกันแน่ ถึงกับสามารถปราบจอมปีศาจคุกรัตติกาลได้”

เขาสัมผัสได้ว่าดวงชะตาของวังปีศาจนั้นได้ขาดจอมปีศาจไปหนึ่งคน และนั่นก็คือจอมปีศาจคุกรัตติกาล อีกทั้งจอมปีศาจคุกรัตติกาลเองก็ยังไม่ตาย

เจ้าหมอนี่จำนนต่อศัตรู!

การกบฏก่อนมหาเคราะห์มาเยือน ทำให้จักรพรรดิปีศาจหัวเสียจริงๆ

แต่ว่าตอนนี้จักรพรรดิปีศาจยังไม่มีเวลาไปเยือนโลกมนุษย์ ยามนี้เขากำลังถูกอิทธิพลใหญ่สามฝ่ายล้อมโจมตี สถานการณ์คับขัน

จักรพรรดิปีศาจยกมือขึ้นโบกคราหนึ่ง

เพียงไม่นาน ไอปีศาจกลุ่มหนึ่งก็ทะลักเข้ามาภายในตำหนักราวกับดาวตก ก่อนกลายร่างเป็นมนุษย์

ปีศาจตนนี้รูปร่างกำยำ ดูราวกับปีศาจหมีตนหนึ่ง ใบหน้าอัปลักษณ์ บิดเบี้ยวราวกับว่าถูกเพลิงไหม้ลุกโหมแผดเผา

“จอมปีศาจตะวันกล้า เราจะส่งเจ้าไปหาเผ่าเทพอีกาทอง ไปบอกว่าเรายอมรับเงื่อนไขของพวกเขา ให้พวกเขาเผาทำลายโลกมนุษย์ทั้งหมดที่อยู่ภายใต้ปกครองของวังสวรรค์!”

จักรพรรดิปีศาจกล่าวเสียงขรึม น้ำเสียงเต็มไปด้วยจิตสังหาร

จอมปีศาจตะวันกล้าขมวดคิ้วกล่าวว่า “ฝ่าบาท เผ่าเทพอีกาทองมักใหญ่ใฝ่สูง หากว่า…”

“ตอบตกลงพวกเขา! หากไม่พังทลายย่อมไร้การก่อสร้าง มหาเคราะห์เริ่มต้นขึ้นแล้ว ผู้ใดจะสามารถรับประกันได้ว่าจะเป็นผู้ที่หัวเราะได้ดังที่สุด” จักรพรรดิปีศาจกล่าวพลางโบกแขนเสื้อ ไม่ยอมให้โต้แย้ง

จอมปีศาจตะวันกล้าทำได้เพียงประสานมือและถอยออกไป

จักรพรรดิปีศาจมองกระบี่ในมือแล้วกล่าวพึมพำขึ้นว่า “เคราะห์นี้ เราจะทำให้เผ่าปีศาจกลับคืนสู่จุดสูงสุดของปวงสวรรค์ให้จงได้!”

วาจาเพิ่งสิ้นสุดลง เขาก็ขมวดคิ้วอีกครั้ง

สมควรตาย!

เจ้าสุนัขลอบกัดที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดตัวนั้นเริ่มสาปแช่งเขาอีกแล้ว!


เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ยี่สิบห้าปีต่อมา ตบะของหานเจวี๋ยเพิ่มพูนขึ้นไม่น้อย นอกจากการฝึกบำเพ็ญตามปกติ โลกอนธการยังกลืนกินแรงกรรมอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตบะของหานเจวี๋ยเพิ่มขึ้นเร็วเป็นสองเท่าของก่อนหน้านี้

เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจว่าตัวเองกำลังแข็งแกร่งมากขึ้นอีกครั้ง

จักรพรรดิเซียนสามวัฏอยู่ไม่ไกลอีกต่อไป!

นอกจากการฝึกบำเพ็ญแล้ว หานเจวี๋ยก็ไม่ลืมที่จะสาปแช่งเหล่าศัตรู

ยามนี้หนังสือแห่งความโชคร้ายได้กลายเป็นยอดสมบัติมรรคจักรพรรดิ การสาปแช่งจักรพรรดิเซียนก็ได้ผลไม่น้อยเช่นกัน ก่อนหน้านี้ไม่นานจอมปีศาจอินทรีทองถูกสาปจนเกิดมารในใจ คาดว่าไม่เกินร้อยปีคงจะตกตายเป็นแน่แท้

จอมปีศาจคุกรัตติกาลประกอบกายเนื้อขึ้นมาใหม่อีกครั้ง เขาต้องประหลาดใจที่ค้นพบว่าไอเซียนของเขาเพียรบำเพ็ญเซียนนั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าถ้ำเทวาในวังปีศาจของตนเลยสักนิด

เขาสามารถบำเพ็ญตบะอยู่ที่นี่ได้อย่างสบายใจ!

หลังจากอยู่ร่วมกันมาหลายปีเพียงนี้ เขากลับเกิดความประทับใจต่อผู้คนในสำนักซ่อนเร้น

ที่สำคัญที่สุดคือเขาพบว่าคนเหล่านี้ไม่ธรรมดาเลย…

หลงเฮ่า ที่เป็นโอรสจักรพรรดิสวรรค์

สวินฉางอัน โสมวิญญาณบรรพกาลสำนักพุทธ ของล้ำค่าฟ้าดินที่เลื่องชื่อในแดนเซียน

โจวหมิงเยวี่ย เทพปีศาจที่อาละวาดในวังสวรรค์เมื่อไม่นานมานี้ จอมปีศาจคุกรัตติกาลเองก็เคยผูกสัมพันธ์กับเขาเช่นกัน

ถูหลิงเอ๋อร์ ที่ไม่คาดคิดว่าจะมีสายเลือดมหาเวท!

สุนัขสวรรค์ฮุ่นตุ้น ที่กลับสร้างดวงชะตาขึ้นมาได้ด้วยตนเอง!

ฉู่ซื่อเหริน ที่จอมปีศาจคุกรัตติกาลไม่สามารถคำนวณชีวิตในอดีตชาติของเขาได้ นี่มันหมายความว่าอย่างไรน่ะหรือ

ก็หมายความว่าในอดีตชาติฉู่ซื่อเหรินนั้นแข็งแกร่งกว่าเขา!

รวมกับอีกาทองสองตัวที่เขาไม่คิดว่าจะมีผลกรรมกับตี้หงเย่ จอมปีศาจคุกรัตติกาลพลันสัมผัสได้ว่าการเข้าร่วมสำนักซ่อนเร้นนั้นไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเลย

วันนี้เอง

พุทธะอาภรณ์ขาวมุ่งหน้ามาเยี่ยมหานเจวี๋ย

หานเจวี๋ยยอมให้เขาเข้าพบอย่างยากที่จะได้เห็น

พุทธะอาภรณ์ขาวร่อนกายมาอยู่ที่ใต้ต้นฝูซัง สายตาเหลือบไปเห็นจอมปีศาจคุกรัตติกาล เพียงเท่านั้นก็ตกใจจนสั่นเทิ้มไปทั้งร่าง

‘เหตุใดจอมปีศาจคุกรัตติกาลถึงมาอยู่ที่นี่ได้’

“เชิญเข้ามาในถ้ำเทวา”

เสียงของหานเจวี๋ยดังลอยเข้ามา พุทธะอาภรณ์ขาวจึงทำได้เพียงระงับความตกตะลึงในใจ เข้าไปในถ้ำเทวาฟ้าประทานอย่างระมัดระวัง

พุทธะอาภรณ์ขาวคุกเข่าลงคารวะต่อหน้าหานเจวี๋ย ชิงเอ่ยก่อนว่า “ผู้อาวุโส ข้าเตรียมจะพิสูจน์จักรพรรดิ!”